2026-08-19T23:58:50+00:00 oppday STECON บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) STECON: ผลงาน Q2/2569 โดดเด่นจากงานภาครัฐ หนุนกำไรโต 116% พร้อม Backlog แข็งแกร่ง STECON: ผลงาน Q2/2569 โดดเด่นจากงานภาครัฐ หนุนกำไรโต 116% พร้อม Backlog แข็งแกร่ง --- 1. Highlights – ตัวเลขและจุดสำคัญของไตรมาส * รายได้รวม: 3,115 ล้านบาท (+11% YoY, +1% QoQ) * กำไรสุทธิ: 121 ล้านบาท (+116% YoY, +10% QoQ) * อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): 8.5% (เพิ่มขึ้นจาก 7.5% ใน Q1/2569 และ 5.5% ใน Q2/2568) * อัตรากำไรสุทธิ (NPM): 3.9% (เพิ่มขึ้นจาก 3.6% ใน Q1/2569 และ 2.0% ใน Q2/2568) * Backlog: 92,000 ล้านบาท (ณ สิ้น Q2/2569) * สัดส่วนรายได้ภาครัฐ: 95% ของรายได้รวม * สัดส่วนรายได้ภาคเอกชน: 5% ของรายได้รวม * ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A): 115 ล้านบาท (ลดลง 15% YoY) 2. Hero Story – สิ่งที่เป็น “ฮีโร่” หรือความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดในรอบนี้ * การฟื้นตัวของกำไรอย่างก้าวกระโดด: กำไรสุทธิเติบโตถึง 116% YoY และ 10% QoQ ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่มีอัตรากำไรดีขึ้น และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ * Backlog ที่แข็งแกร่ง: Backlog ณ สิ้นไตรมาส 2 สูงถึง 92,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่สูงมากและจะช่วยสร้างความมั่นคงทางรายได้ไปอีก 3-4 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้และโครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 * การควบคุมค่าใช้จ่าย: ค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง 15% YoY แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น 3. Outlook – แผนและเป้าหมายในอนาคต ทิศทางธุรกิจ * เป้าหมายรายได้ปี 2569: 13,000 – 14,000 ล้านบาท (คาดว่าจะทำได้ตามเป้าหมาย) * เป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้น (GPM): 8-10% (คาดว่าจะทำได้ตามเป้าหมาย) * การประมูลงานใหม่: คาดว่าจะมีการประมูลงานใหม่มูลค่ารวมกว่า 100,000 ล้านบาทในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 และปี 2570 โดย STECON มีความสนใจในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก, โครงการทางด่วน, โครงการมอเตอร์เวย์ และโครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ส่วนที่เหลือ * การขยายธุรกิจ: มีแผนขยายธุรกิจไปยังโครงการพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานอื่นๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตในระยะยาว * การบริหารจัดการต้นทุน: จะยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง 4. ความเสี่ยง – ความเสี่ยงที่ผู้บริหารพูดถึง หรือข้อควรระวัง * ความล่าช้าของโครงการภาครัฐ: การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือกระบวนการอนุมัติที่ล่าช้าอาจส่งผลกระทบต่อการเปิดประมูลโครงการใหม่และการดำเนินงานของโครงการที่มีอยู่ * ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง: แม้ว่าในปัจจุบันราคาวัสดุจะทรงตัว แต่ความผันผวนในอนาคตอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร * การแข่งขันในอุตสาหกรรม: การแข่งขันที่รุนแรงในการประมูลงานอาจส่งผลต่ออัตรากำไรของโครงการใหม่ * การขาดแคลนแรงงาน: ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคก่อสร้างยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องบริหารจัดการ 5. Q&A Highlights – คำถามและคำตอบที่สำคัญที่สุด 3-5 ข้อ * Q: แนวโน้ม GPM ในครึ่งปีหลังจะเป็นอย่างไร? * A: คาดว่า GPM จะยังคงอยู่ในระดับที่ดีใกล้เคียงกับ Q2/2569 หรืออาจจะดีขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่ที่รับรู้รายได้มีอัตรากำไรที่ดีขึ้น และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ * Q: โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้จะเริ่มรับรู้รายได้เต็มที่เมื่อใด? * A: โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้เริ่มรับรู้รายได้แล้ว และจะรับรู้รายได้เต็มที่มากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 และปี 2570 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้และกำไร * Q: มีแผนการเข้าประมูลงานใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังอย่างไรบ้าง? * A: บริษัทมีความพร้อมในการเข้าประมูลงานใหม่ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก, โครงการทางด่วน, มอเตอร์เวย์ และส่วนที่เหลือของท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 คาดว่าจะมีมูลค่างานรวมกว่า 100,000 ล้านบาท * Q: สัดส่วนงานภาครัฐและเอกชนจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในอนาคต? * A: ในระยะสั้น สัดส่วนงานภาครัฐจะยังคงสูง เนื่องจากมีโครงการขนาดใหญ่ที่กำลังดำเนินการอยู่ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนที่จะมองหาโอกาสในงานภาคเอกชนและธุรกิจพลังงานหมุนเวียนเพื่อกระจายความเสี่ยงในระยะยาว * Q: ปัญหาการขาดแคลนแรงงานมีผลกระทบอย่างไร และมีแนวทางแก้ไขอย่างไร? * A: ปัญหาการขาดแคลนแรงงานยังคงเป็นความท้าทาย แต่บริษัทมีการบริหารจัดการโดยการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรเข้ามาช่วย รวมถึงการจัดหาแรงงานจากต่างประเทศอย่างถูกกฎหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผน