2026-08-19T22:31:42+00:00 oppday GLOBAL บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) GLOBAL: ผลงาน Q2/2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมขยายสาขาและรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูง GLOBAL: ผลงาน Q2/2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมขยายสาขาและรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูง 1. Highlights ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ GLOBAL แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 31.59% ซึ่งเพิ่มขึ้น 617 basis points เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ายอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales Growth: SSSG) จะหดตัวเล็กน้อยที่ -3.98% แต่รายได้รวมยังคงทรงตัว (-0.29%) สะท้อนถึงการบริหารจัดการ Product Mix ที่มีประสิทธิภาพ และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้ดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG) โดยได้รับรางวัล Prachachat Business Awards 2026 และมีโครงการ Solar Rooftop ที่ช่วยประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงโครงการ "เกษตรดี" ที่ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย 2. Hero Story "ฮีโร่" ของไตรมาสนี้คือ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ 31.59% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท (08:16) ความสำเร็จนี้เกิดจากการบริหารจัดการ Product Mix ที่ดีขึ้น โดยเน้นสินค้า House Brand ที่มีอัตรากำไรสูง รวมถึงการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน 3. Outlook ผลประกอบการครึ่งปีหลัง: ผู้บริหารคาดว่ายอดขายโดยรวมจะใกล้เคียงกับปีก่อน แต่ผลกำไรน่าจะดีขึ้น เนื่องจากสามารถรักษา Gross Profit Margin ในระดับสูงและควบคุม SG&A ได้ดี (17:21) การขยายสาขา: ครึ่งปีหลังจะเปิดสาขาใหม่ 2 แห่งในประเทศ (พะเยาและเชียงคำ) และมีที่ดินรองรับการเปิดสาขาเพิ่มอีก 18 แห่ง (18:13) ในต่างประเทศจะเน้นการปรับปรุงสาขาในลาว (1-2 แห่ง) และอินโดนีเซีย (1-2 แห่ง) รวมถึงเปิดสาขาใหม่ในพม่า (1 แห่ง) (18:50) Private Brand: ตั้งเป้าให้ Private Brand เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปีหน้าคาดว่าจะเติบโตอย่างน้อย 1% (28:25) การลงทุน: ครึ่งปีหลังจะเน้นการลงทุนในการเปิดสาขาใหม่และปรับปรุงสาขาเดิม (29:34) 4. ความเสี่ยง กำลังซื้อผู้บริโภคและภาวะเศรษฐกิจ: ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่แน่นอนและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงเป็นแรงกดดันต่อยอดขายสาขาเดิม (07:25) ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง: แม้ว่าราคาเหล็กจะลดลงในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม แต่ราคาวัสดุก่อสร้างบางประเภท เช่น สีและถังน้ำ ซึ่งมีวัตถุดิบต้นน้ำมาจากปิโตรเคมี ยังคงปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุน (19:48, 34:00) สถานการณ์ระหว่างประเทศ: ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ (คุณทรัมป์) อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและก๊าซ ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่งและกำลังซื้อของผู้บริโภค (31:21) 5. Q&A Highlights แนวโน้มผลประกอบการ Q3 และครึ่งปีหลัง (16:54): * คำตอบ: ยอดขายโดยรวมน่าจะใกล้เคียงกับปีก่อน แต่ผลกำไรคาดว่าจะดีขึ้น เนื่องจากสามารถรักษา Gross Profit Margin ในระดับสูงและควบคุม SG&A ได้ดี ยอดขายสาขาเดิมอาจยังคงติดลบเล็กน้อย การขยายสาขาในครึ่งปีหลัง (18:05): * คำตอบ: จะเปิดสาขาใหม่ในประเทศ 2 แห่ง (พะเยาและเชียงคำ) และมีที่ดินรองรับการเปิดสาขาเพิ่มอีก 18 แห่ง ในต่างประเทศจะเน้นการปรับปรุงสาขาในลาว (1-2 แห่ง) และอินโดนีเซีย (1-2 แห่ง) รวมถึงเปิดสาขาใหม่ในพม่า (1 แห่ง) GM ที่สูงใน Q2 เป็นเหตุการณ์ชั่วคราวหรือไม่ (22:12): * คำตอบ: ไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราว แต่เป็นผลจากการบริหารจัดการ Product Mix ที่ดีขึ้น โดยเน้นสินค้า House Brand และการควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คาดว่า GM ครึ่งปีหลังจะไม่ต่ำกว่า 27-28% ผลกระทบจากราคาดีเซลที่สูงใน Q2 (31:42): * คำตอบ: กระทบต้นทุนการขนส่งเล็กน้อย แต่บริษัทสามารถส่งต่อภาระต้นทุนส่วนใหญ่ให้กับซัพพลายเออร์ได้ และภาครัฐก็ช่วยแบกรับต้นทุนบางส่วน ทำให้ผลกระทบโดยรวมไม่รุนแรง สินค้า Private Brand ที่มีรายได้ Top 5 (36:14): * คำตอบ: สินค้า Private Brand ที่เป็น Top 3 ได้แก่ กระเบื้องเซรามิก สุขภัณฑ์ และประตูหน้าต่าง (36:26) ซึ่งส่วนใหญ่มีคุณภาพดีและรับประกันการใช้งานนานกว่าคู่แข่งในตลาด