2026-02-27T07:03:57+00:00 iaa GFPT บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) GFPT กำไร Q4/2568 ดีกว่าคาด แต่หยวนต้ายังคงคำแนะนำ "TRADING" ที่ราคาเป้าหมาย 11.40 บาท GFPT: ทรงตัว amid ความผันผ่วน – วิเคราะห์ผลประกอบการ ปี 2568 บริษัท GFPT จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT ปิดฉากปีงบประมาณ 2568 ด้วยผลประกอบการที่อยู่ในระดับทรงตัว แม้จะมีรายได้รวมลดลง 2.3% จากปีก่อนหน้า แต่ความสามารถในการทำกำไรกลับแข็งแกรษงขึ้นด้วยการปรับตัวของต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะราคาถั่วเหลืองกลาง (yellow soybean) ที่ลดลงอย่างชัดเจน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GP Margin) เพิ่มขึ้นเป็น 16.7% และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 18.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ด้วย Net Profit Margin สูงสุดรอบหลายปีที่ 12.9% แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของบริษัทต่อสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน กลยุทธ์หลักของ GFPT นั้นมุ่งเน้นไปที่การขยายตัวของธุรกิจอาหาร (Food) อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทกำลังก่อสร้างโรงเชื้อไก่แห่งใหม่ในจังหวัดชลบุรี คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในช่วงปีหน้า ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตไก่โดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยเสริมสร้างความสามารถในการควบคุมต้นทุนต่อหน่วย รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Capacity Efficiency) ในระยะยาว “การขยายตัวของธุรกิจ Food จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของความสำเร็จของ GFPT ในอนาคต และเรายังคงมุ่งมั่นในการควบคุมต้นทุนและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอ” แม้จะมีปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบ เช่น สงครามโลกครั้งที่ 4 และภาวะขาดแคลนน้ำมันที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่ GFPT ก็ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยโครงสร้างต้นทุนที่ยืดหยุ่นและการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ Forward Contract ช่วยลดความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาสินค้าคงคลังได้เป็นอย่างดี ผลการดำเนินงานและตัวชี้วัดสำคัญ จากตารางสรุปผลประกอบการที่เผยแพรห์ พบว่าในปีงบประมาณ 2568 GFPT มีรายได้รวมอยู่ที่ 10,590 ล้านบาท ลดลงจาก 10,834 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แต่กำไรจากการดำเนินงาน (Ebit/Core Profit) กลับเพิ่มขึ้นเป็น 2,280 ล้านบาท จาก 1,870 ล้านบาท และกำไรสุทธิดิ่งขึ้นสู่ 2,739 ล้านบาท จาก 1,973 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่ดีและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น รายการ พ.ศ. ก่อนหน้า (2567) พ.ศ. ปัจจุบัน (2568) รายได้รวม 10,834 10,590 กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT / Core Profit) 1,870 2,280 กำไรสุทธิ (Net Profit) 1,973 2,739 “การที่กำไรจากการดำเนินงานและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะลดลง แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน และความสามารถในการปรับตัวของ GFPT ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง” ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรค ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของ GFPT มาจากธุรกิจไก่แปรรูปส่งออก โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่นและอังกฤษ ที่มีสัดส่วนรายได้รวมถึง 26% และ 26% ตามลำดับ นอกจากนี้ การลดต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น ถั่วเหลืองกลางที่ราคาลดลงจาก 19 บาท/กิโลกรัมในปีที่แล้ว เหลือเพียง 14 บาท/กิโลกรัมในปีนี้ ยังส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการลดต้นทุนการผลิต ในขณะเดียวกัน GFPT ต้องเผชิญกับปัจจัยภายนอกที่ท้าทาย เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาลด้านพลังงานและโลจิสติกส์ ที่ส่งผลให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อย รวมถึงภาวะสงครามโลกครั้งที่ 4 และความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ที่ส่งผลให้ภาพรวมรายได้ส่งออกชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เจาะประเด็นร้อน (Q&A) Q: แนวโน้มผลประกอบการในปี 2568 มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง? A: Q1 ปีนี้มีแนวโน้มลดลงจากฐานค่อนข้างสูงของปีก่อนหน้า แต่ภาพรวมเริ่มปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสที่ 2 และ 3 จากการเติบโตของยอดขายไก่แปรรูปส่งออก Q: ส่งผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 4 มายังบริษัทอย่างไร? A: เนื่องจากบริษัทไม่มีการส่งออกหรือนำเข้าสินค้าไปยังตะวันออกกลาง จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงาน Q: มีแผนการลงทุนในปี 2568 หรือไม่? A: มีแผนลงทุนในระดับประมาณ 1,000–1,200 ล้านบาทต่อปี เน้นการขยายฟาร์มไก่และโรงเชื้อไก่แห่งใหม่ในชลบุรี Q: การนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ จะเพิ่มประสิทธิภาพให้บริษัทหรือไม่? A: ถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะไม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยตรง เนื่องจากราคาใกล้เคียงกับบราซิล Q: แนวโน้มธุรกิจอาหารสัตว์น้ำในปี 2568 เป็นอย่างไร? A: อาหารปลาเห็นภาพรวมลดลง ส่วนอาหารกุ้งเติบโตดีขึ้นอย่างชัดเจนจากราคาขายสูงและมีความต้องการเพิ่มขึ้นในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สรุปวิเคราะห์ GFPT ยังคงเป็นบริษัทที่แข็งแกร่ง มีความสามารถในการปรับตัว และมีโครงสร้างธุรกิจที่ครบวงจร การลงทุนในโรงเชื้อไก่แห่งใหม่และการขยายตลาดส่งออกไก่แปรรูปปรุงสุก จะช่วยผลักดันรายได้และกำไรในระยะยาว อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องระมัดระวังปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาล ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ และการแข่งขันจากผู้ผลิตรายอื่นๆ “GFPT พร้อมที่จะเผชี่ยวหน้าความท้าทาย และรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหาร ด้วยนวัตกรรมและกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด”