2026-03-02T08:52:19+00:00 fin FVC บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) FVC กำไรพุ่ง 88.74% ปี 68! ขยายธุรกิจบริการทางการแพทย์หนุน FVC ปี 68 เติบโตแรง! รายได้รวม 2,237 ล้าน กำไรสุทธิแตะ 947 ล้าน ขับเคลื่อนด้วย B3 และ B2 บริษัทฟิลเตอร์วิชันจำกัด (มหาชน) หรือ FVC โชว์ฟอร์มร้อนแรงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 17.9% จากปีก่อนหน้า แตะระดับ 2,237 ล้านบาท พร้อมกำไรสุทธิที่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญถึง 947 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 1,086 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานธุรกิจที่มีการปรับโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากสองธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจหน่วยไตเทียม (B3) และธุรกิจเครื่องดื่มในร้านอาหารและเครื่องดื่ม (B2) ที่สร้างรายได้สูงถึง 1,052 ล้านบาท และ 874 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งทั้งสองสายงานเติบโตเท่ากันที่ 17.9% จากปีก่อนหน้า "B3 และ B2 คือหัวใจของผลประกอบการที่ขยายตัวอย่างมั่นคง ไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนผ่าน IoT และบริการดิจิทัล" แม้ธุรกิจระบบบำบัดน้ำ (B1) จะเผชิญความท้าทายอย่างรุนแรง โดยมีรายได้ลดลงถึง 35.7% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่ล่าช้าและมีการแข่งขันสูงในงานขายเทรดดิ้ง แต่กลับมีจุดเปลี่ยนสำคัญในไตรมาสสุดท้ายของปี เมื่อธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม (B4) รับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จากการโอนที่ดินและบริการสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมลำพูน ซึ่งสร้างรายได้เพิ่มเติมถึง 890 ล้านบาทในช่วงไตรมาสเดียว กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันยอดรวมให้เติบโตเกินคาด "การขาย KTMS ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือการจัดพอร์ตธุรกิจให้แข็งแรงขึ้น — เงินสดที่ได้ไปฝากผลตอบแทน 3% ดีกว่าการถือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนแค่ 1%" บริษัทเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างมีกลยุทธ์ โดยเน้นการลงทุนในเทคโนโลยีชีวภาพ พลังงานหมุนเวียน และระบบ Green Technology เช่น การรีไซเคิลน้ำและการรีไซเคิลพลังงาน ซึ่งไม่เพียงสนับสนุนความยั่งยืน แต่ยังเป็นจุดแข็งในการแข่งขันกับคู่แข่งระดับโลกที่มีระบบบริการครบวงจร โดยเฉพาะในตลาดเครื่องดื่มและอุปกรณ์บำบัดน้ำ ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงจากสงครามโลกครั้งที่ 4 ไม่ได้กระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทาน เพราะสินค้าหลักส่วนใหญ่ถูกนำเข้าผ่านช่องทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรปเหนือ "เราไม่ได้กลัวสงคราม แต่กลัวกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป — โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพน้ำยาไตรเทียมและการรีไซเคิลแกลลอนพลาสติก" เจาะประเด็นร้อน (Q&A) FVC ขาย KTMS ให้กัญจนาเพราะเหตุใด และตั้งราคาถูกขนาดนี้ได้อย่างไร? — การขายเป็นกลยุทธ์จัดการโครงสร้างเพื่อเสริมกระแสเงินสด โดยผลตอบแทนจาก KTMS เพียง 1% ขณะที่เงินสดนำไปฝากได้ผลตอบแทนสูงถึง 3% ธุรกิจ KTMS กำลังไปได้ดีหรือไม่? — ตอบว่า “Yes and No” — มีศักยภาพเติบโต แต่เผชิญความไม่แน่นอนจากกฎระเบียบใหม่ที่ยังไม่ชัดเจน FVC สินค้าส่วนใหญ่มาจากจีนและอเมริกา ได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 4 หรือไม่? — ไม่มีผลกระทบโดยตรง เนื่องจากนำเข้าผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรปเหนือ เหตุผลที่รายได้รวมเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดคืออะไร? — มาจากธุรกิจ WIE ในไตรมาสสุดท้าย รับรู้รายได้จากการโอนที่ดินและบริการสาธารณูปโภค 890 ล้านบาท เหตุผลที่ B1 รายได้น้อยลงอย่างไร? — โครงการใหญ่ล่าช้า ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้โครงการขนาดเล็ก และมีการแข่งขันสูงในงานขายเทรดดิ้ง B4 มีศักยภาพเติบโตอย่างไร? — เป็นธุรกิจอุตสาหกรรมเฉพาะทาง (Light Industrial) ที่มีแผนลงทุนระยะยาว 5–10 ปี และสร้างรายได้คงทนจาก utility services เช่น ไฟฟ้าและน้ำเสีย จุดแข็งของแต่ละธุรกิจคืออะไร? — B1: เป็นผู้จัดจำหน่ายเฉพาะทางด้าน Green Technology; B2: เสริมความสัมพันธ์กับแบรนด์ผ่าน IoT; B3: มีฐานลูกค้าภาครัฐและโรงพยาบาลที่มั่นคง; B4: พัฒนาเชิงโครงสร้างระยะยาว ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 4 เป้าหมายในอนาคต ในระยะสั้น (1–2 ปี) FVC เน้นเติบโตจาก B4 และ B2 โดยเฉพาะโครงการ Seeding Project และการขยายตลาดร้านอาหาร ส่วนระยะยาว (3 ปีขึ้นไป) มุ่งเปิดตัว Green Technology ในอินโดนีเซีย และพัฒนาธุรกิจสาธารณูปโภคในลำพูนให้กลายเป็นรายได้คงทน (Recurring Revenue) พร้อมลดการใช้พลาสติกใน B3 และขยายระบบพลังงานหมุนเวียน สิ่งที่ต้องจับตามอง การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพน้ำยาไตรเทียมและการรีไซเคิลแกลลอนพลาสติก ความเสี่ยงจากภัยแล้งและภาวะโล่งตลาดที่อาจกระทบโครงการนิคมอุตสาหกรรมลำพูน การแข่งขันจากผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านน้ำระดับโลกที่มีระบบบริการครบวงจร FVC ไม่ใช่แค่เติบโตด้วยตัวเลข แต่เติบโตด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจน โครงสร้างที่ยืดหยุ่น และการเตรียมรับมือความเสี่ยงอย่างรอบคอบ — ทั้งในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วและกฎระเบียบที่ไม่แน่นอน