Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin K บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน)

KINGS MEN กำไรทรุดฮวบ 91% แม้รายได้กระเตื้อง!

หุ้น K ปิดปี 68 รายได้แตะ 898 ล้าน กำไรสุทธิเหลือเพียง 4.4 ล้าน หลังปรับกลยุทธ์เน้นงานตกแต่งภายใน บริษัท คิงส์เมนซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน) หรือ K ปิดสมุดผลประกอบการประจำปี พ.ศ. 2568 ด้วยรายได้รวมที่ 898 ล้านบาท สูงขึ้นจากปีก่อนหน้า 863 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับหดตัวลงเหลือเพียง 4.4 ล้านบาท จากที่เคยทำได้ในระดับสูงกว่าในปี 2567 ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกและกลยุทธ์การบริหารจัดการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน “รายได้เพิ่มขึ้น แต่กำไรลดลง — นี่คือภาพสะท้อนของความพยายามปรับโครงสร้างธุรกิจในภาวะที่ตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” จุดเปลี่ยนสำคัญของปีนี้คือการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้จากธุรกิจงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ (Exhibition Event) ที่ลดลงจาก 57% เหลือเพียง 45% ของรายได้รวม ขณะที่งานตกแต่งภายใน (Interior) กลับขยายตัวขึ้นมาอยู่ที่ 40% ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในรอบหลายปี สะท้อนถึงความต้องการที่ยังคงมั่นคงในตลาดภายในประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีก “เราไม่ได้หนีจากงานแสดงสินค้า แต่เราย้ายความเสี่ยงไปยังตลาดที่มีความต้องการจริง — งานตกแต่งภายในคือ ‘พื้นฐาน’ ที่ไม่ขึ้นกับสถานการณ์โลก” แม้รายได้จากงาน Interior จะเติบโต แต่ผลกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) กลับลดลง เนื่องจากบริษัทต้องแบ่งรายได้ให้กับพันธมิตรในโครงการร่วมทุน โดยเฉพาะในประเทศอื่นๆ เช่น ประเทศที่มีปัญหาด้านความมั่นคง เช่น จีน ซึ่งส่งผลต่อการจัดงานและการท่องเที่ยว ทำให้รายได้จากงาน Exhibition Event ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (SG&A) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดผลกระทบต่อกำไรสุทธิ “การแบ่งรายได้กับพันธมิตรอาจดูเหมือนเป็นภาระ แต่มันคือการลงทุนในเครือข่ายที่ยั่งยืน — และเราเลือกที่จะจ่ายในวันนี้ เพื่อเติบโตในวันข้างหน้า” ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อผลประกอบการยังรวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ที่กระทบต่อการจัดงานแสดงสินค้า และความผันผวนของนโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อความต้องการบริการตกแต่งภายใน นอกจากนี้ การบริหารจัดการภาษี (Deferred Tax) ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อกำไรสุทธิ โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทมีการตั้งสำรองภาษีไว้ล่วงหน้า ทำให้กำไรสุทธิถูกปรับลดลงแม้รายได้จะเพิ่มขึ้น เจาะประเด็นร้อน (Q&A) ทำไมรายได้จากงานแสดงสินค้าลดลงจาก 57% เหลือ 45%? — เนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและปัญหาการลักพาตัวในจีน ทำให้การท่องเที่ยวและงานแสดงสินค้าในภูมิภาคลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์โดยลดสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนี้ ทำไมงานตกแต่งภายในถึงเติบโตขึ้นเป็น 40%? — เพราะความต้องการในประเทศไทยยังคงมั่นคง โดยเฉพาะในกลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์และร้านค้าปลีกที่ต้องการตกแต่งภายในอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกมากเท่าธุรกิจแสดงสินค้า ทำไมกำไรจากการดำเนินงานลดลง ทั้งที่รายได้เพิ่ม? — เนื่องจากบริษัทต้องแบ่งรายได้กับพันธมิตรในโครงการร่วมทุน โดยเฉพาะในต่างประเทศ รวมถึงการตั้งสำรองภาษี (Deferred Tax) ที่ส่งผลต่อกำไรสุทธิ แผนขยายธุรกิจในอนาคตคืออะไร? — บริษัทเตรียมเสนอเพิ่มวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานใหม่ ได้แก่ ด้านวิศวกรรมไฟฟ้า, ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (Safety & Health), และการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) เพื่อรองรับเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังเติบโต จะมีการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อใด? — บริษัทเตรียมจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาแผนขยายธุรกิจและวัตถุประสงค์ใหม่ โดยมีกำหนดการในเดือนพฤษภาคม 2569 ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภายนอก บริษัท K ยังคงรักษาความมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจด้าน Interior และเตรียมเปิดประตูสู่การเติบโตในอีกหลายมิติ โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกับยุคใหม่ของเมืองอัจฉริยะ ความสำเร็จในปี 2568 อาจไม่ได้สะท้อนในตัวเลขกำไรเพียงอย่างเดียว แต่คือการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในระยะยาว