Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin AGE บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน)

AGE พลิกฟื้น! กำไรพุ่ง 233% ทะยานสู่ยุคพลังงานสะอาด

AGE พลิกฟื้นจากขาดทุนสู่กำไร 302.1 ล้านบาท ปี 2568 ด้วยธุรกิจใหม่ Low Emission Mobility สร้างรายได้ 3,300 ล้านบาทในปีแรก บริษัท เอเชียกรีนเอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE กลับมาทำกำไรสุทธิได้อีกครั้งในปีงบประมาณ 2568 หลังจากขาดทุนในปีก่อนหน้า โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 4.1% มาอยู่ที่ 15,317 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นขยายตัวถึง 42% พร้อมกับกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) แตะระดับ 1,827 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11.9% และ ROE อยู่ที่ 6.58% ซึ่งเป็นสัญญาณบวกชัดเจนของการฟื้นตัวทางธุรกิจ หลังจากบริษัทปรับโครงสร้างรายได้จากธุรกิจเดิมสู่การลงทุนในกลุ่มธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะ “Low Emission Mobility” ที่ครองสัดส่วนรายได้ถึง 21.6% และสร้างยอดขายรวมได้ 3,300 ล้านบาทในปีแรกของการดำเนินงานเต็มรูปแบบ "การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้จากธุรกิจเดิมสู่ธุรกิจใหม่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ AGE กลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง" ในปีงบประมาณ 2568 ธุรกิจหลักอย่าง “ถ่านหินสะอาด” (Call Business) ยังคงครองสัดส่วนรายได้รวมที่ 61.3% และเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการฟื้นฟูกำไรสุทธิจากปีก่อนหน้าที่ขาดทุน ขณะเดียวกัน ธุรกิจพลังงานยั่งยืน (Sustainable Energy) มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 13% จากปีก่อนหน้า โดยเติบโตจากธุรกิจ Transformer ที่ร่วมมือกับบริษัท QTC ส่วนธุรกิจโลจิสติกส์กลับปรับตัวลดลง 19.7% จากความต้องการภายในประเทศที่ซบเซา อย่างไรก็ตาม การขยายเครือข่ายโชว์รูมของธุรกิจ Low Emission Mobility ถึง 11 แห่ง และการเพิ่มจำนวนรถแท็กซี่ไฟฟ้าจาก 50 เป็น 100 คันภายในปี 2569 ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการสร้างฐานลูกค้าระยะยาว "เราไม่ได้หนีจากธุรกิจถ่านหิน แต่เราปรับตัวอย่างชาญฉลาด โดยบริหารสต๊อกให้หมุนเวียนเร็วที่สุด ลดความเสี่ยงจากราคาโลกที่ผันผวน" แม้จะเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะการปรับตัวของราคาถ่านหินโลกที่ลดลง ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจถ่านหินในประเทศลดลง 22.2% แต่ AGE ยังสามารถรักษาตำแหน่งตลาดได้อย่างมั่นคงด้วยกลยุทธ์บริหารสต๊อกอย่างชาญฉลาด โดยมีสต๊อกเฉลี่ยอยู่ที่ 500,000–700,000 ตัน และเน้นการหมุนเวียนสินค้าให้เร็วที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงจากการเก็บสินค้าในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทยังมีสัญญาขายถ่านหินกับลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมอยู่แล้วประมาณ 500,000 ตัน และกำลังเจรจาสัญญาเชิงกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า "การลงทุนในเครื่องมือหนักไฟฟ้าและโซลาร์รูฟไม่ใช่แค่เรื่องสีเขียว แต่คือการลดต้นทุนเชื้อเพลิงได้ถึง 4 ล้านบาทต่อปี" ในด้านเทคโนโลยี AGE เร่งนำเครื่องมือหนักไฟฟ้า (EV) มาใช้งาน โดยเช่าเพิ่มอีก 2 ชุดในปีนี้ และคาดว่าจะลดต้นทุนเชื้อเพลิงได้ถึง 4 ล้านบาทในปี 2568 ขณะเดียวกัน การติดตั้งโซลาร์รูฟบนโรงงานก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเผชิญความท้าทายจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้ค่าขนส่งทางเรือจากอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่บริษัทยังรับมือได้โดยไม่มีผลกระทบต่อการจัดส่งชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า "เราไม่ได้สร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจขนส่งถ่านหินกับรถ EV เพราะเป็นระบบต่างกัน แต่เราสร้างความมั่นคงในทุกสายธุรกิจ" เจาะประเด็นร้อน (Q&A) ทำไมไม่มีการปันผลในปี 2568? เนื่องจากบริษัทต้องการนำเงินสดมาใช้สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจใหม่ เช่น Low Emission Mobility และขยายเครือข่ายโชว์รูม หากกำไรเพิ่มในปี 2569 จะมีปันผลไหม? การพิจารณาจะอยู่ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจและแผนการเติบโต โดยคาดว่าจะประกาศในไตรมาสแรกของปี 2569 กลยุทธ์บริหารสต๊อกถ่านหินคืออะไร? เน้นหมุนเวียนสต๊อกให้เร็วที่สุด โดยมีสต๊อกเฉลี่ย 500,000–700,000 ตัน และลดความเสี่ยงจากการเก็บสินค้าระยะยาว มีแผนขยายธุรกิจ RDF (Refuse Derived Fuel) ไหม? เร่งเจรจาในปีนี้ โดยคาดว่าจะลงทุน 15–30 ล้านบาท หากโครงการผ่านการอนุมัติ มี Synergy ระหว่างธุรกิจขนส่งถ่านหินกับรถ EV หรือไม่? ไม่มี เพราะเป็นระบบต่างกัน และบริหารแยกกันอย่างชัดเจน เป้าหมายสำคัญในปี 2569 เพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ให้ถึง 42% ขยายจำนวนรถแท็กซี่ไฟฟ้าจาก 50 เป็น 100 คัน เพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจพลังงานยั่งยืนให้สูงขึ้นในระยะยาว สิ่งที่ต้องจับตามอง การปรับตัวของราคาราคาถ่านหินโลกและราคาเชื้อเพลิงโลก การเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาด การแข่งขันจากบริษัทยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก เช่น BYD, Tesla และเชอร์รี่ ที่มีสัดส่วนตลาดในไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว