Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin GCAP บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)

GCAP ขาดทุน 66.59 ล้านบาท ปี 2568! ตั้งสำรองหนี้เสียอ่วม

GCAP ปี 2568 ขาดทุน 82 ล้าน แต่พลิกฟื้นในไตรมาสแรก 2569 ด้วยพอร์ตสินเชื่อเพิ่ม 2 เท่า และเปิดตัวธุรกิจใหม่ 3 กลุ่ม บริษัท เจซีเอพี จำกัด (มหาชน) หรือ GCAP ปิดบัญชีงวดปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยผลขาดทุนสุทธิ 82 ล้านบาท แม้จะต้องเผชิญกับภาระสำรองความเสี่ยงเครดิต (ECL) สูงถึง 51 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายพิเศษรวม 31 ล้านบาท แต่บริษัทยังคงมั่นใจว่าจะพลิกกลับมาทำกำไรได้ภายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ด้วยกลยุทธ์การเติบโตที่ชัดเจนและโครงสร้างหนี้ที่ปรับแล้วอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อจาก 854 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เพิ่มขึ้นเป็น 910 ล้านบาท หรือเติบโตถึง 6.5% ภายในปีเดียว "แม้จะขาดทุนในปี 2568 แต่เราไม่ได้ถอยหลัง — เรากำลังวางรากฐานเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนและมีคุณภาพ" GCAP ยังคงรักษาระดับ Net Interest Margin (NIM) ไว้ได้ที่ 10.8% แม้เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวเพียงร้อยละ 2.4 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในภูมิภาคอาเซียน และยังคงเน้นกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างเกษตรกรและผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งครองสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อถึง 85% และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับ 85% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า "เราไม่ได้แค่ปล่อยสินเชื่อ — เราสร้างระบบนิเวศการเกษตรที่ยั่งยืน" ในด้านโครงสร้างเงินทุน GCAP ประสบความสำเร็จอย่างชัดเจนในการปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาว โดยลดสัดส่วนหุ้นกู้จาก 66% ในปี พ.ศ. 2522 เหลือเพียง 12% ในปี พ.ศ. 2568 พร้อมเปลี่ยนมาใช้เงินกู้ยืมจากธนาคารและบุคคลธรรมดาเป็นหลัก ช่วยลดภาระดอกเบี้ยและเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินอย่างมาก อีกทั้งยังได้รับการประเมินโครงการกำกับดูแลบริษัทในระดับห้าดาวต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และผ่านการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อสู้คอร์รัปชั่นของเอกชนไทย สะท้อนความโปร่งใสและธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง "การเติบโตไม่ใช่แค่ตัวเลข — มันคือการสร้างระบบนิเวศธุรกิจที่ยั่งยืน" ในด้านการขยายขอบเขตธุรกิจ Beyond Lending GCAP เริ่มเห็นผลชัดเจนในไตรมาสแรกของปี 2569 จากการลงนามร่วมทุนกับภาคเอกชนในการพัฒนาธุรกิจอากาศยานไร้คนขับเพื่อการท่องเที่ยวและขนส่ง โดยเริ่มทดสอบบินสาธิตในกรุงเทพฯ และบริษัทปูนซีเมนต์ไทยในไตรมาสที่สองของปี 2568 แม้รายได้จะยังไม่เกิดขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2569 แต่คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาสที่สอง และยังมีแผนก่อสร้างโครงการเกาะเต่าไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์ภายใต้การบริหารงานระดับโลก เพื่อสร้างแลนด์มาร์กใหม่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พร้อมเปิดตัวธุรกิจพลังงานสะอาดและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง "เราไม่ได้แค่ปล่อยสินเชื่อ — เราสร้างอนาคตให้กับชุมชน" เจาะประเด็นร้อน (Q&A) มีพอร์ตลูกหนี้กลุ่มใดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในไตรมาสแรกของปี 2569 หรือไม่? ใช่ — กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาข้าวลดลง มีการตั้งสำรอง ECL 51 ล้านบาทในปี 2568 แต่บริษัทมั่นใจว่า NPL Ratio จะกลับมาอยู่ในระดับควบคุมได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2569 แผนปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น 2 เท่า หมายถึงอะไร? หมายถึงการขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อจาก 854 ล้านบาท เป็น 910 ล้านบาทในปี 2568 และมุ่งเน้นกลุ่มหลัก เช่น เครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องจักรลดเกี่ยวข้าวโพด และเรือเพื่อการท่องเที่ยว ธุรกิจอากาศยานไร้คนขับรับรายได้แล้วหรือยัง? ยังไม่ — แม้จะมีการบินสาธิตในกรุงเทพฯ และบริษัทปูนซีเมนต์ไทย แต่รายได้จะเริ่มรับรู้ในไตรมาสที่สองของปี 2569 แผนเพิ่มทุนใช้เงินไปทำอะไร? มีผู้สนใจหลายรายเข้าร่วมโครงการเพิ่มทุน และอยู่ระหว่างการคัดเลือกพันธมิตรเพื่อต่อยอดธุรกิจ โดยคาดว่าจะชัดเจนในปี 2569 มั่นใจหรือไม่ว่าจะพลิกกำไรในไตรมาสแรก 2569? มั่นใจอย่างยิ่ง จากการลดภาระดอกเบี้ยและสำรองสินเชื่อ พร้อมตัดค่าใช้จ่ายพิเศษรวมกว่า 31 ล้านบาท ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพของ GCAP ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ปล่อยสินเชื่อ แต่คือผู้สร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยมีตัวเลขที่ชัดเจน กลยุทธ์ที่ชัดเจน และความมั่นใจที่ไม่ใช่แค่คำพูด — แต่คือแผนงานที่วางไว้ในระดับ 910 ล้านบาทของพอร์ตสินเชื่อ และเป้าหมายกำไรในไตรมาสแรกของปี 2569