Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin LOXLEY บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน)

LOXLEY พลิกฟื้น! กำไรสุทธิปี 68 พุ่ง 840% ทะลุ 470 ล้านบาท

ล็อกซ์เลย์ (LX) ผงานรายได้ทะลุ 11 พันล้านบาท กูรูมองอนาคตสดใส บริษัทล็อกซ์เลย์ จำกัด (มหาชน) ประกาศความแข็งแกรงในปีงบประมาณ 2568 ด้วยผลประกอบการที่โดดเด่น โดยเฉพาะรายได้อย่างรวม 11,175 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังไม่มีรายละเอียดของผลประกอบการในปี 2567 แต่การเติบโตในครั้งนี้สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและการปรับตัวเข้ากับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานตามกลยุทธ์หลักสองประการ ได้แก่ Engine #1 - 5+1 HBG และ Engine #2 - ธุรกิจร่วมทุน Engine #1 ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท สร้างรายได้มากถึง 90% โดยแบ่งสัดส่วนเป็นธุรกิจเทรดดิ้ง 36% IT 15% ธุรกิจบริการ 16% เน็ตเวิร์กโครงการ 11% และพลังงาน 4% ในขณะที่ Engine #2 ธุรกิจร่วมทุน มีส่วนช่วยเพิ่มกำไรสุทธิของบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญจากการดำเนินงานของ BP CASTGLE และ NS BUSCOPE ทำให้บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริหารลง 2% ได้สำเร็จ “การปรับโครงสร้าง Backlog งานโครงการให้กระจายไปยังหลายหน่วยงานหลักเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้าหรือโครงการใดโครงการหนึ่งเพียงแห่งเดียว” ความสำเร็จของล็อกซ์เลย์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเติบโตของรายได้เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการบริหารงานโครงการให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จนสามารถลดผลขาดทุนจากโครงการได้ลงเหลือศูนย์ในปี 2568 นอกจากนี้ บริษัทยังมีฐานรายได้ที่มั่นคงจากธุรกิจเทรดดิ้งและบริการประมาณ 1,300–1,400 ล้านบาทต่อปี ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งและความยั่งยืนทางการเงินในระยะยาว จากการวิเคราะห์ตัวเลขอย่างละเอียด พบว่าล็อกซ์เลย์ประสบความสำเร็จในการปรับปรุง Gross Profit Margin จาก 15% ในปีก่อนหน้า เป็น 17% ในปี 2568 ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารงานโครงการที่มีประสิทธิภาพ และการควบคุมต้นทุนได้อย่างรอบค้อย นอกจากนี้ Backlog งานโครงการที่มีอยู่ ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 8,550 ล้านบาท พร้อมกับโอกาสในการรับงานใหม่อีกกว่า 9,000 ล้านบาท และโอกาสในอีก 20,000 ล้านบาทในช่วงกลางถึงปลายปี ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการรับงานและเติบโตอย่างต่อเนื่อง “การเติบโตของธุรกิจเทรดดิ้งถึง 19% มาจากการตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดน้ำมันถั่วเหลียง โดยเฉพาะในด้านปริมาณและราคา” แม้ว่าจะมีปัจจัยภายนอกที่ท้าทาย เช่น สภาวะความไม่มั่นคงในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ล็อกซ์เลย์ก็มีความสามารถในการบริหารความเสี่ยง และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากการสนับสนุนของภาครัฐในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้บริษัทได้รับงาน O&M มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ เจาะประเด็นร้อน (Q&A) Q: การเติบโตของรายได้ถึง 15% มาจากอะไร? A: มาจากการเติบโตของตลาดน้ำมันถั่วเหลืองในปี 2568 โดยเฉพาะในด้านปริมาณและราคาที่ มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง Q: ธุรกิจเทรดดิ้งโตถึง 19% จะรักษายอดขายได้อย่างไร? A: เพิ่มความหลากหลายของสินค้าให้ครอบคลุมทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เน้นการบริหารทีม ขายอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มแผนงานเฉพาะเจาะจงต่อแต่ละลูกค้า Q: แบล็กล็อกงานโครงการมีเท่าไหร่? A: มีจำนวนรวมประมาณ 8,550 ล้านบาท โดยมีงานใหม่รอการประมูลอีกประมาณ 9,000 ล้านบาท และงานอีก 20,000 ล้านบาทในช่วงกลางถึงปลายปี Q: ธุรกิจร่วมทุนสามารถเติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่ในภาวะราคาวัตถุดิบผันผวน? A: บริษัทร่วม BP CASTLE และ NS BUSCOPE มีประวัติผ่านวิกฤตหลายครั้ง เช่น โควิด 19 มีระบบบริหารความเสี่ยงที่ลดลงเทอมอยู่แล้ว โดยเน้นการบริหารสินค้าคงคลังและ ปรับสมดุลระหว่าง Supply และ Demand Q: การปรับตัวของ Gross Profit Margin จาก 15% เป็น 17% มาจากอะไร? A: การบริหารงานโครงการให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น การลดขาดทุนจากโครงการลงเหลือ ศูนย์ และการควบคุมต้นทุนในธุรกิจหลักได้อย่างมีระบบ Q: สภาวะความไม่มั่นคงในตะวันออกกลางส่งผลต่อต้นทุนบริษัทร่วมอย่างไร? A: ส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาสินค้าและโลจิสติกส์ บริษัทบริหารความเสี่ยงโดย ปรับสมดουλระหว่าง Supply และ Demand และบริหารสินค้าคงคลังอย่างรอบคอบ Q: แนวโน้มไตรมาสแรกปี 2568 เทียบกับปีก่อนหน้าเป็นอย่างไร? A: ยังรักษาโมเมนตัมการเติบโตไว้ได้ดี รายได้ยังคงเติบโตตามแผนเนื่องจาก Backlog และ Recurring Revenue มีเสถียรภาพ ล็อกซ์เลย์วางเป้าหมายในระยะสั้นคือการรักษาการเติบโตของธุรกิจหลัก และเพิ่ม Backlog งานโครงการให้คงที่ ในระยะยาว มุ่งเน้นพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ให้เป็น แหล่ง Recurring Revenue ที่สำคัญ รวมถึงเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการบริหาร ความเสี่ยงจากภายนอก ซึ่งทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและ ความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนสำหรับล็อกซ์เลย์ในอนาคต