2026-02-24T19:30:11+00:00 fin MGC บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) MGC-ASIA กำไรพุ่ง 782% ทะลุ 1.2 พันล้าน! ปี 68 โตแรงจากธุรกิจรถยนต์และการลงทุน ไฮไลท์สำคัญ บมจ. มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ MGC-ASIA ประกาศผลประกอบการปี 2568 สุดปัง! กำไรสุทธิพุ่งกระฉูดถึง 782.2% คิดเป็น 1,284.1 ล้านบาท จากปีก่อนหน้าที่ทำได้เพียง 145.6 ล้านบาท รายได้รวมก็โต 10.5% แตะ 22,477.2 ล้านบาท ผลงานโดดเด่นปี 68 MGC-ASIA โชว์ผลงานปี 2568 สุดแข็งแกร่ง รายได้รวมเพิ่มขึ้น 10.5% เป็น 22,477.2 ล้านบาท โดยมี กำไรสุทธิสูงถึง 1,284.1 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 782.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากธุรกิจจำหน่ายยานยนต์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และการรับรู้กำไรจากการปรับปรุงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในบริษัทร่วม นอกจากนี้ กำไรขั้นต้นก็เพิ่มขึ้นถึง 51.6% เป็น 2,901.8 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นจาก 9.4% เป็น 12.9% ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุนขายได้ดีขึ้นในกลุ่มธุรกิจจำหน่ายยานยนต์ ขณะที่ กำไรจากการดำเนินงานก็เพิ่มขึ้น 110.3% เป็น 1,106.2 ล้านบาท ในส่วนของสินทรัพย์รวมก็เพิ่มขึ้น 25.3% เป็น 19,038.5 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด, ค่าความนิยมจากการซื้อกิจการรถยนต์ไฟฟ้า, สินค้าคงเหลือ และที่ดิน ในขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 21.4% เป็น 13,883.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น, เงินกู้ยืมระยะสั้น, หนี้สินตามสัญญาเช่า และหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ข้อสังเกตและพัฒนาการที่น่าสนใจ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงจาก 3.0 เท่า เป็น 2.7 เท่า แสดงถึง ความแข็งแกร่งทางการเงินที่ดีขึ้น นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) เพิ่มขึ้นจาก 3.9% เป็น 28.8% และอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) เพิ่มขึ้นจาก 1.0% เป็น 7.5% สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ในเดือนสิงหาคม 2568, MGC-Asia Greentech ได้เข้าซื้อหุ้นของ Neo Mobility Asia (NEO) ทำให้กลุ่มบริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้น 99.99% และมีอำนาจควบคุมใน NEO ซึ่งถือเป็น การลงทุนที่สำคัญ ที่จะช่วยเสริมสร้างการเติบโตในอนาคต สรุปส่งท้าย MGC-ASIA ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในปี 2568 ด้วยผลกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจจำหน่ายยานยนต์ การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการรับรู้กำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วม ฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทในอนาคต