Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin ITTHI บริษัท อิทธิฤทธิ์ ไนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ITTHI กำไรปี 68 โตเล็กน้อย! โคมไฟโซล่าเซลล์หนุน แต่ต้นทุนพุ่ง ฉุดมาร์จิ้น

ITTHI ปี 2568 เติบโตแรง! รายได้ทะลุ 693 ล้าน กำไรสุทธิ 2.8 พันล้าน พร้อมเป้าพันล้านในปีหน้า บริษัท อิทธิฤทธิ์ไนซ์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITTHI โชว์ฟอร์มร้อนแรงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีรายได้รวมสูงถึง 693,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 651,000 ล้านบาท หรือเติบโต 6.4% แม้จะเผชิญแรงกดดันจากภาวะชะลอตัวของกลุ่มโครงการสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงถึง 33% แต่ก็ยังรักษาอัตรากำไรสุทธิได้อย่างมั่นคงที่ระดับ 4% หรือเทียบเท่ากับกำไรสุทธิ 28,110 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและการเน้นกลุ่มงานภาครัฐที่รับผิดชอบมากกว่า 85% ของรายได้รวม “ITTHI ไม่ได้แค่ขายไฟ แต่ขายอนาคต — ทุกสัญญาที่ลงนามคือการวางรากฐานพลังงานสะอาดแห่งชาติ” จุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจเกิดขึ้นจากการปรับโครงสร้างกลยุทธ์จากผู้จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่าง มาเป็นผู้นำทางพลังงานสะอาด โดยเฉพาะในกลุ่ม Non-Core Business ที่เริ่มเห็นผลชัดเจนในปีงบประมาณนี้ ด้วยรายได้จากการติดตั้งโครงการโซลาร์เซลล์แบบ VPA เติบโตอย่างมั่นคง อีกทั้งยังมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด เช่น การติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าแบบ DC และ AC ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ระดับชาติ พร้อมเปิดตัวโครงการพลังงานในภูเก็ตภายใต้รูปแบบการลงทุนร่วมกับบริษัทอีสานพัฒนา “งานในมือตอนนี้คือ 50 สัญญา — มากกว่าที่เคยประกาศไว้ถึง 2.5 เท่า และจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ปีหน้า” ความสำเร็จด้านการบริหารต้นทุนเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับ ~10–11% แม้จะเผชิญความผันผวนของราคาสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากปัจจัยภายนอกอย่างวิกฤตวันออกกลาง แต่บริษัทสามารถตรึงราคาได้ล่วงหน้าผ่านสัญญาซื้อขายกับผู้จัดจำหน่ายหลัก ส่งผลให้ผลกระทบต่อ supply chain และต้นทุนการดำเนินงานมีเพียงเล็กน้อย “เราไม่ได้แข่งด้วยราคา แต่แข่งด้วยโมเดลครบวงจร — จากการผลิต ถึงการติดตั้ง และบริการหลังการขาย” เป้าหมายในปี พ.ศ. 2569 คือการทะลุรายได้รวมพันล้านบาท โดยขับเคลื่อนจาก 3 ปัจจัยหลัก: การเติบโตของงานภาครัฐที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 133%, การขยายตัวของโครงการอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตที่เติบโต 15% และการเติบโตของกลุ่มเทคโนโลยีสมัยใหม่ (Smart Tech) ที่เริ่มเข้ามาเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ เจาะประเด็นร้อน (Q&A) กำไรสุทธิอยู่ที่ 28,110 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 4% — ทำไมไม่เพิ่มขึ้นถึง 56% ตามที่ถามใน OPPDAY? ตอบ: ตัวเลข 56% เป็นข้อผิดพลาดในการตีความหรือการพิมพ์ผิด ไม่มีข้อมูลใดในเอกสารอ้างอิงที่ระบุว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มเป็น 56% บริษัทยังคงรักษาอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ ~4% ซึ่งถือว่ามั่นคงในอุตสาหกรรมที่มีต้นทุนสูง งานในมือมี 50 สัญญา — มากกว่าที่ประกาศไว้ 20 สัญญา แล้วจะรับรู้รายได้เมื่อไหร่? ตอบ: คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้และกำไรตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ของปี พ.ศ. 2569 โดยเฉพาะหลังจากโครงการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ บริษัทใช้โมเดล outsource manufacturing หรือลงทุนผลิตเอง? ตอบ: เน้นโมเดล outsource เพื่อรักษาความคล่องตัว แต่ใช้เงินบางส่วนลงทุนในธุรกิจที่มีผลประกอบการดีกว่า เช่น ธุรกิจพลังงานสะอาด เพื่อสร้างกำไรเพิ่มเติม เป้าหมาย “Zero Zero Emission” บรรลุแล้วหรือยัง? ตอบ: เป้าหมายนี้ถูกตั้งไว้สำหรับปี พ.ศ. 2565 ซึ่งผ่านไปแล้ว และบริษัทกำลังดำเนินการต่อเนื่องเพื่อรักษาความยั่งยืนในระยะยาว อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ ~10–11% — ดีหรือไม่ดีในบริบทอุตสาหกรรม? ตอบ: ถือว่าแข็งแกร่ง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากต้นทุนวัสดุและแรงงานที่ผันผวน ส่งผลให้การรักษาระดับนี้เป็นสัญญาณบวกของประสิทธิภาพการบริหาร