2026-02-23T18:00:33+00:00 fin ADB บริษัท แอ็พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน) ADB กำไรปี 68 ลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ ADB ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร็ง: กำไรพุ่งแรง อัตรากำไรขั้นต้นพุ่ง 14% ตุนหุ้นรวย! บริษัท แอ็พพลายดีบีจำกัด (มหาชน) หรือ ADB สร้างความประทับใจด้วยผลประกอบการไตรมาสดิจิทัลที่แข็งแกร่งในปีงบประมาณ 2568 หลังจากปีที่ผ่านมาต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ อย่างเม็ดพลาสติกคอมปาวด์ที่เคยขาดทุนถึง 10 ล้านบาท แต่กลับพลิกผันสู่การทำกำไรได้ถึง 7 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพของบริษัท ภาพรวมเชิงกลยุทธ์ของ ADB ยังคงมุ่งเน้นการขยายฐานรายได้จากเม็ดพลาสติกคอมปาวด์ ควบคู่ไปกับการรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจสายไฟและงานก่อสร้างซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้หลักถึง 68% จากกลุ่ม Real Estate และ Construction และยังเดินหน้าขยายตลาดสู่แอปพลิเคชันใหม่ๆ เช่น เครื่องมือแพทย์และบรรจุภัณฑ์ชีวภาพเพื่อตอบโจทย์เทรนด์การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน “การดำเนินธุรกิจร่วมกับกลุ่มไอการ์ดใน ADB Cityland เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลให้ธุรกิจยาแนวและกลุ่มอุตสาหกรรมเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และเปิดโอกาสให้บริษัทขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างยั่งยืน” ผลการดำเนินงานและตัวชี้วัดสำคัญในไตรมาสนี้แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่โดดเด่น โดยรายได้รวมลดลงเล็กน้อยเหลือ 833 ล้านบาทจากปีก่อนหน้าที่ทำไว้ 927 ล้านบาท แต่กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT / Core Profit) กลับพลิกเป็นบวกอยู่ที่ 7 ล้านบาท ในขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 27.7 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 3.3% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนและปรับประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) เพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่งจาก 6% ในปีก่อนหน้าเป็น 14% สะท้อนให้เห็นถึงการจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพและการปรับราคาตามภาวะตลาดโลกที่ราคาวัตถุดิบลดลง ขณะที่ธุรกิจ Core Business (เม็ดพลาสติกคอมเพนด์) มีส่วนแบ่งรายได้จากสายไฟ (Y-Cable) 68%, เครื่องมือแพทย์ (Medical Grade) 25% และอื่นๆ (General Use) 15% ส่วน Non-Core Business (ADB Citystand) มีการเติบโตต่อเนื่องและมีสัดส่วนรายได้ส่งออกสูงถึง 40-50% ปัจจัยขับเคลื่อนความสำเร็จนี้มาจากกลยุทธ์ที่ได้ผลหลายด้าน ทั้งการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ, การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต, การปรับโครงสร้างธุรกิจให้เน้นกลุ่ม Real Estate และ Construction รวมถึงการลงทุนร่วมกับกลุ่มไอการ์ดใน ADB Cityland อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังคงระมัดระวังต่อปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวน, การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงาน, และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากบริษัทในภูมิภาค “บริษัทเน้นย้ำถึงความระมัดระวังในการขยายธุรกิจ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกและ supply chain มีความผันผ้วนสูง โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกกล่องเปล่า และยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาอัตรากำไรและประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว” อนาคตของ ADB ยังคงมองไปข้างหน้าด้วยความหวัง โดยมีเป้าหมายการเติบโตยอดขาย 10-15% ในปีนี้ และเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่หนึ่งในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน เพื่อประเมินภาพรวมรายได้และอัตรากำไรอย่างชัดเจน นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะพัฒนาเม็ดพลาสติกดีกรีชีวภาพเพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะตลาดอินโดนีเซียที่มีศักยภาพเติบโตสูง เจาะประเด็นร้อน (Q&A) Q: หลังจากร่วมทุนกับกลุ่มไอการ์ดใน ADB Cityland มานานหนึ่งปีแล้ว มีแผนจะขยายธุรกิจเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือไม่? A: มีแผนจะขยายเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียเนื่องจากเป็นตลาดที่เติบโตเร็ว และมีพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจอยู่แล้ว โดยเฉพาะในกลุ่ม OEM ของ ADB Cityland Q: ธุรกิจเม็ดพลาสติกคอมเพนด์มีปัญหาด้าน supply chain จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางหรือไม่? A: มีผลกระทบเล็กน้อยต่อค่าขนส่งและต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะน้ำมันและสารเติมแต่ง แต่บริษัทได้ล็อกราคาไว้จนไตรมาสที่สองแล้ว และยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด Q: อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 6% เป็น 14% เพราะเหตุใด? A: เนื่องจากการบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดราคาวัตถุดิบและปรับประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงลดขนาดกำลังการผลิตตามความต้องการจริง Q: มีแผนจะลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหรือไม่? A: มีแผนลงทุนเครื่องจักรใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ Q: การสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นเพราะเหตุใด? A: เนื่องจากมีลูกค้ารายเก่าที่ยังคงชำระเงินช้า แต่บริษัทยังคงติดตามชำระหนี้อย่างใกล้ชัด และพยายามลดภาระการสำรองลง Q: มีแผนจะปรับราคาผลิตภัณฑ์ตามภาวะตลาดหรือไม่? A: มีการปรับราคาตามต้นทุนจริง โดยเฉพาะในส่วนของวัตถุดิบหลัก และยังคงมีการชี้แจงกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด Q: ไตรมาสแรกของปีนี้มีแนวโน้มยอดขายจะดีกว่าไตรมาสแรกปีก่อนหรือไม่? A: ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน เนื่องจากราคาวัตถุดิบในไตรมาสแรกปีนี้ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อน และยังไม่มีภาพรวมยอดขายที่ชัดเจน แต่คาดว่าไตรมาสที่สองและสามจะมีแนวโน้มดีขึ้น