2026-02-11T22:20:10+00:00 fin JMT บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) JMT กำไรปี 68 ลดลง 36% เหลือ 1,030 ล้านบาท! รับผลกระทบเศรษฐกิจชะลอตัว-หนี้ครัวเรือนสูง ไฮไลท์สำคัญ: JMT เผยผลประกอบการปี 2568 กำไรสุทธิลดลง 36% เหลือ 1,030 ล้านบาท เหตุเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง กระทบการจัดเก็บหนี้ บริษัทปรับกลยุทธ์เน้นบริหารหนี้คุณภาพ ลดความเสี่ยง ผลประกอบการปี 2568: JMT รายงานผลประกอบการปี 2568 มีรายได้รวม 4,801.7 ล้านบาท ลดลง 12.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 36% เหลือ 1,030 ล้านบาท กระแสเงินสดจากการจัดเก็บหนี้รวม JK อยู่ที่ 8,407 ล้านบาท ลดลง 7% มีการลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพ 426 ล้านบาท และคืนหุ้นกู้ครบจำนวน 6,376 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวในกรอบ 2.4-2.6% โดยมีแรงสนับสนุนจากการส่งออกและการท่องเที่ยว แต่กำลังซื้อในประเทศยังอ่อนแรงจากหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 87.2% ต่อ GDP และภาระการชำระหนี้ที่ยังสูงเมื่อเทียบกับรายได้ครัวเรือน วิเคราะห์ผลกระทบและปัจจัยเสี่ยง: รายได้รวมลดลง 12.3% โดยรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าลดลง 28.3% เนื่องจากสถาบันการเงินหันมาปรับโครงสร้างหนี้ด้วยตนเอง รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล รวมถึงกำไรจากเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ลดลง 8.9% จากการจัดเก็บหนี้ที่ลดลง รายได้จากการรับประกันภัยลดลง 35.4% เนื่องจากการเน้นให้บริการประกันภัยที่มี Loss Ratio ต่ำ กำไรสุทธิลดลง 36.3% เนื่องจากการลดลงของรายได้รวม การเพิ่มขึ้นของ ECL และส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าที่ลดลง สินทรัพย์รวมลดลง 5.9% โดยมีเงินให้สินเชื่อจากการซื้อลูกหนี้ที่คาดว่าจะได้รับชำระเกินกว่าหนึ่งปีคิดเป็น 48.5% ของสินทรัพย์รวม ลดลง 9.5% หนี้สินรวมลดลง 20.9% จากการจ่ายชำระคืนหุ้นกู้ สรุปและแนวโน้ม: JMT เผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจชะลอตัวและหนี้ครัวเรือนสูง ส่งผลให้การจัดเก็บหนี้ลดลงและมีการตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้น บริษัทปรับกลยุทธ์เน้นบริหารพอร์ตหนี้คุณภาพ ควบคุม ECL ปรับโครงสร้างต้นทุน และบริหารสภาพคล่อง แม้กำไรจะลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังคงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และบริษัทยังคงมีสภาพคล่องเพียงพอในการชำระหนี้และจ่ายเงินปันผล JMT ยังคงมองหาโอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และการทยอยจำหน่ายพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงิน