2026-01-27T06:45:14+00:00 iaa MAJOR บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) MAJOR พุ่งทะยาน! KGI อัพเกรดเป็น Outperform คาดกำไร Q4/25 โตกระโดด ไฮไลท์สำคัญ KGI ปรับเพิ่มคำแนะนำสำหรับ MAJOR เป็น Outperform จากเดิม Neutral พร้อม เพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 9.70 บาท จาก 8.15 บาท มองเห็นการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งจากการ ลดต้นทุน อย่างมีนัยสำคัญ และภาพยนตร์ที่เข้าฉายแข็งแกร่งขึ้น KGI มอง MAJOR เติบโตโดดเด่น KGI คาดการณ์ว่ากำไรของ MAJOR จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยหนุนจากการ ลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง ซึ่งจะส่งผลให้ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สูงขึ้น และ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อรายได้ลดลงอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ภาพยนตร์ที่เข้าฉายแข็งแกร่งขึ้น จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไร โดยคาดว่า กำไรสุทธิใน Q4/25 จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และปีก่อนหน้า (YoY) KGI ประมาณการกำไรสุทธิของ MAJOR ใน Q4/25 ที่ 326 ล้านบาท (+1% YoY, +158% QoQ) ซึ่งสูงกว่าประมาณการก่อนหน้า โดยการเติบโต YoY เล็กน้อยเป็นผลมาจากการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่การเติบโต QoQ อย่างแข็งแกร่งเป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น หากผลประกอบการใน Q4/25 เป็นไปตามที่คาดการณ์ กำไรสุทธิปี 2568 จะอยู่ที่ 610 ล้านบาท (-18% YoY) คิดเป็น 118% ของประมาณการทั้งปี KGI คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น 17% QoQ เป็น 2.3 พันล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากภาพยนตร์ที่ทำรายได้ดี เช่น "Tee-Yod 3", "Avatar 3" และ "Zootopia 2" ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายตั๋วและป๊อปคอร์น ในขณะที่รายได้คาดว่าจะลดลง 3% YoY เนื่องจากการลดลงของรายได้จากการโฆษณา GPM คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น 1.3% YoY และ 3.1% QoQ เป็น 38.8% โดยได้รับการสนับสนุนจากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพผ่านการจัดการค่าเช่าและพนักงาน รวมถึงอัตรากำไรจากป๊อปคอร์นที่ดีขึ้นจากการจัดการวัตถุดิบที่ดีขึ้น ข้อสังเกต KGI มองว่าการลดต้นทุนของ MAJOR เป็นการปรับปรุงเชิงโครงสร้าง จึงได้ปรับประมาณการกำไรขึ้น 18% สำหรับปี 2568 และ 10% สำหรับปี 2569 โดยสะท้อนถึง GPM ที่สูงขึ้นและ SG&A/sales ที่ลดลง KGI คาดว่ากำไรปี 2569 จะเติบโต 9% YoY เป็น 666 ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนจากการเติบโตของรายได้จากภาพยนตร์ที่แข็งแกร่งขึ้น และ GPM ที่ดีขึ้น และจะเติบโตเป็น 740 ล้านบาท (+11% YoY) ในปี 2570 สรุปการลงทุน KGI ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ MAJOR เป็น 9.70 บาท จาก 8.15 บาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลดต้นทุนที่ยั่งยืนและโมเมนตัมกำไรที่ต่อเนื่องเข้าสู่ Q1/26 โดยได้แรงหนุนจากภาพยนตร์ "Avatar 3" ที่ยังคงฉายในโรงภาพยนตร์ และ "Sup-Pa-Rer 2" ที่เข้าฉายในเดือนกุมภาพันธ์ ควบคู่ไปกับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่คาดว่าจะอยู่ที่ 5-6%