Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin SCGD บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน)

SCGD กำไรปี 68 พุ่ง 15% แม้รายได้ลด! บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.34 บาท/หุ้น

ไฮไลท์สำคัญ: กำไรโตสวนกระแส SCGD โชว์ผลงานปี 2568 กำไรสุทธิ 932 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า แม้รายได้จากการขายจะลดลง 11% อยู่ที่ 22,676 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน คณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตรา 0.34 บาทต่อหุ้น ผลประกอบการปี 2568: กำไรเพิ่ม รายได้ลด บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) (SCGD) รายงานผลประกอบการปี 2568 โดยมี กำไรในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 932 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรจะอยู่ที่ 1,010 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายลดลง 11% อยู่ที่ 22,676 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศในประเทศที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ EBITDA อยู่ที่ 3,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า และหากไม่รวมรายการพิเศษ EBITDA จะอยู่ที่ 3,351 ล้านบาท วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน: ไตรมาส 4 กำไรลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ในไตรมาส 4/2568 บริษัทมี กำไรในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 188 ล้านบาท ลดลง 38% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 135% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรจะเพิ่มขึ้น 149% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า EBITDA ในไตรมาส 4 อยู่ที่ 746 ล้านบาท ลดลง 17% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า รายได้จากการขายในไตรมาส 4 อยู่ที่ 5,308 ล้านบาท ลดลง 6% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สรุปและแนวโน้ม: ตลาดต่างประเทศเติบโตต่อเนื่อง SCGD มีผลการดำเนินงานโดยรวมดีขึ้น แม้รายได้จะลดลงจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทฯ มุ่งเน้นการเติบโตในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ในส่วนของประเทศไทยคาดการณ์ตลาดชะลอตัวต่อเนื่อง บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนด้านพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (HVA) และนำเสนอสินค้า Smart Value (SVP) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกระดับ