Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa MAJOR บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)

MAJOR กำไร Q4/25 โตเด่น! BYD ชี้หนังดังหนุน คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายใหม่ 10.50 บาท

BYD ประเมิน MAJOR กำไร 4Q25E โตเด่นจากหนังดังภาคต่อ พร้อมปรับประมาณการกำไรปี 2569-2570 ขึ้น คงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 10.50 บาท ไฮไลท์สำคัญ กำไร 4Q25E คาดเติบโต 2.9% y-y และ 162% q-q เป็น 331 ล้านบาท จากรายได้ตั๋วหนังที่ทรงตัว, GPM ที่ดีขึ้นจากการปรับราคาตั๋วและการลดต้นทุน, และ SG&A/sales ที่ลดลง ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2570 ขึ้น 22.5% และ 27.9% เป็น 750 ล้านบาท และ 825 ล้านบาท ตามลำดับ จาก GPM ที่ดีขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ คงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 10.50 บาท อิงจากวิธี SoTP โดยคาด Core NP จะกลับมาเติบโต y-y ในปี 2569 ผลประกอบการและประมาณการ 4Q25E: รายได้จากตั๋วหนังคาดเติบโตจากหนังดังภาคต่อ เช่น "ธี่หยด 3" (461 ล้านบาท), "AVATAR 3" (502 ล้านบาท) และ "Zootopia" (202 ล้านบาท) ปี 2568E: คาดกำไรสุทธิลดลง 17.5% y-y เหลือ 614 ล้านบาท แต่ดีกว่าประมาณการเดิม 11% จากการควบคุมต้นทุนและปรับราคาขายตั๋ว ปี 2569E: คาดรายได้รวมเติบโตจากภาพยนตร์ไทยและ Hollywood ที่แข็งแกร่งขึ้น ข้อสังเกต GPM ที่ดีขึ้น: จากการควบคุมต้นทุนและการปรับราคาขายที่ดีขึ้น คาด GPM ในปี 2569E จะอยู่ที่ 35.4% SG&A/sales ทรงตัว: คาด SG&A/sales ในปี 2569E จะอยู่ที่ 28.3% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ความเสี่ยง: แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งยังคงเป็นความเสี่ยงที่ทำให้จำนวนผู้เข้าชมภาพยนตร์ไม่ฟื้นตัวและระยะเวลาการฉายหนังลดลง สรุป BYD ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ MAJOR โดยคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตจากภาพยนตร์ที่น่าสนใจและการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีความเสี่ยงจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง BYD จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมีราคาเป้าหมายใหม่ที่ 10.50 บาท อิงจากวิธี SoTP และ PER -1Std. เฉลี่ย 2 ปีที่ 10.2 เท่า