Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa STANLY บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)

STANLY: FSSIA คาดการณ์กำไร Q3/26 อ่อนตัว แต่ยังคงแนะนำ "ซื้อ"

ไฮไลท์สำคัญ FSSIA คาดการณ์กำไรของ STANLY ในไตรมาส 3 ปี 2569 จะ อ่อนตัว ลงเล็กน้อย แต่ อัตรากำไรขั้นต้น ยังคง แข็งแกร่ง จากการปรับโครงสร้างและการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โบรกเกอร์ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมี ราคาเป้าหมาย ที่ 220 บาท การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ การผลิตรถยนต์ในประเทศไทยเริ่ม ฟื้นตัว โดยมีแรงหนุนจากการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ภายใต้มาตรการ EV3.0 และความต้องการในประเทศที่ เพิ่มขึ้น ยอดการผลิตรถยนต์ BEV คิดเป็น 7.4% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงแม้ว่ารายได้ในไตรมาส 3 ปี 2569 อาจจะ ลดลง เล็กน้อย (-5.0% q-q, -0.9% y-y) เนื่องจากปัจจัยด้านฤดูกาลและความต้องการที่ ซบเซา จากลูกค้า OEM ญี่ปุ่น แต่ FSSIA คาดว่า อัตรากำไรขั้นต้น จะยังคง แข็งแกร่ง ที่ประมาณ 20% จากการปรับโครงสร้างการผลิตและการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิอาจ ลดลง (-38.2% q-q) เนื่องจากรายได้จากเงินปันผลที่ ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังคง เพิ่มขึ้น (+22.7% y-y) เมื่อเทียบกับฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว ข้อสังเกต FSSIA คาดการณ์ว่าผลประกอบการของ STANLY ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (เมษายน-ธันวาคม 2568) จะ ฟื้นตัว อย่างมีนัยสำคัญ หลังจากการปรับโครงสร้างการผลิตในปี 2568 รายได้อาจ ลดลง เล็กน้อย (-2.8% y-y) แต่กำไรสุทธิคาดว่าจะ เพิ่มขึ้น ถึง 78.5% y-y จากการ ลดลง ของค่าใช้จ่าย SG&A ยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Expo ที่ผ่านมาอาจเป็นปัจจัย บวก ต่อยอดขายของ STANLY แต่ในขณะนี้ FSSIA คาดว่ากำไรในไตรมาส 4 ปี 2569 จะ ทรงตัว q-q ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2569 เติบโต 25.5% y-y (สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2569) สรุป FSSIA เชื่อว่าช่วงเวลาที่ ยากลำบาก ที่สุดของทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์และ STANLY ได้ผ่านพ้นไปแล้ว การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมอาจไม่สม่ำเสมอ โดยมีรถยนต์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนหลักท่ามกลางการแข่งขันที่ รุนแรง สำหรับ STANLY คาดว่ากำไรสุทธิปี 2570 จะ เติบโต 2.5% y-y โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของรายได้ และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลยังคงเป็นกระบวนการต่อเนื่อง FSSIA ยังคาดการณ์เงินปันผลครึ่งปีหลังที่ 6.0 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 3.2% จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมี ราคาเป้าหมาย ที่ 220 บาท อิงจาก P/E ปี 2570 ที่ 8 เท่า