Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa KCG บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

KCG กำไรปี 2569 ส่อแววทำสถิติสูงสุดใหม่! FSSIA ชี้เป้า 11 บาท

ไฮไลท์สำคัญ FSSIA คาดการณ์กำไรสุทธิของ KCG ในไตรมาส 4/2568 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (q-q) และปีต่อปี (y-y) โดยได้แรงหนุนจากช่วงไฮซีซั่นที่แข็งแกร่งเกินคาด และอัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) ที่ปรับตัวดีขึ้น หากผลประกอบการเป็นไปตามคาด กำไรสุทธิทั้งปี 2568 จะอยู่ที่ 500 ล้านบาท (+23% y-y) สูงกว่าประมาณการเดิม 5% คาดการณ์ผลประกอบการที่เติบโตเกินคาด FSSIA คาดการณ์รายได้ในไตรมาส 4/2568 จะอยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% q-q จากปัจจัยด้านฤดูกาล (เทศกาล) และ 8.6% y-y จากความต้องการเนยและชีสที่แข็งแกร่งจากลูกค้าอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการด้านอาหาร ต้นทุนวัตถุดิบยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 31.8% จาก 29.3% ในไตรมาส 3/2568 และ 30.9% ในไตรมาส 4/2567 เนื่องจากการประหยัดต่อขนาดจากรายได้ที่สูงขึ้นและการไม่มีการปิดโรงงานชีสเป็นเวลาหนึ่งเดือนเหมือนในไตรมาส 3/2568 สำหรับ แนวโน้มไตรมาส 1/2569 คาดว่ากำไรสุทธิจะลดลง q-q ตามฤดูกาล แต่จะเพิ่มขึ้น y-y จากการเติบโตของความต้องการเนยและชีสที่ 5-7% ต่อปี การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และคำสั่งซื้อ B2B ที่แข็งแกร่งขึ้นจากการขยายตัวของลูกค้าอุตสาหกรรม คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะยังคงสูงกว่า 31% โดยได้แรงหนุนจากกำลังการผลิตชีสอัตโนมัติที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนวัตถุดิบที่ทรงตัวถึงลดลง FSSIA ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2570 ขึ้น 10% ส่งผลให้ CAGR ของกำไรสุทธิในช่วงปี 2569-2570 อยู่ที่ 10% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของลูกค้ารายใหญ่และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะยังคงสูงกว่า 31% และแนวโน้มราคาเนยและชีสที่ลดลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 จะเป็นประโยชน์ต่อต้นทุนวัตถุดิบโดยรวมในปี 2569 ข้อสังเกต KCG ถือเป็นหุ้นที่มีแนวโน้ม ป้องกันความเสี่ยง (defensive stock) เนื่องจากมีตำแหน่งทางการตลาดที่แข็งแกร่งในตลาดเนย (55%) และชีส (31.6%) บริษัทฯ ดำเนินงานทั้งในฐานะผู้ผลิตและผู้ค้า โดยมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งซึ่งสร้างมานานกว่า 60 ปี ผลประกอบการค่อนข้างมีเสถียรภาพแม้ในช่วง COVID-19 ตลาดเนยและชีสคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 5-7% ต่อปี และ FSSIA คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิของ KCG จะเติบโตที่ CAGR 16% ในปี 2568-2570 โดยได้รับการสนับสนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีอัตรากำไรสูง และการขยายกำลังการผลิตในสายการผลิต IWS และเนย ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็นสองเท่า ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญคือต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งจะกดดันอัตรากำไร และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอาจนำไปสู่ต้นทุนการนำเข้าผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบที่สูงขึ้น นอกจากนี้ แผนการขยายกำลังการผลิตอาจเผชิญกับความล่าช้าหรือความเสี่ยงในการดำเนินการ สรุป FSSIA คงคำแนะนำ "ซื้อ" (BUY) และราคาเป้าหมายที่ 11.00 บาท หุ้น KCG ปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ปี 2569 เพียง 7.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มอาหารที่ 10.5 เท่า และให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจที่ 6.1%