2025-12-18T06:41:26+00:00 iaa NSL บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) NSL Foods (NSL) กำไร Q4/25 ทรงตัว แต่ปี 2569 ตั้งเป้ารายได้โต 15% หยวนต้ายังคงคำแนะนำ "ซื้อ" NSL ที่ราคาเป้าหมาย 39.50 บาท แม้กำไร Q4/25 อาจไม่หวือหวา แต่คาดหวังการเติบโตใน Q1/26 และเป้ารายได้ปี 2569 ที่ตั้งไว้สูงถึง 15% ไฮไลท์สำคัญ: NSL Foods (NSL) ราคาหุ้นปรับตัวลงมาเป็นโอกาสซื้อ คาดกำไร 4Q25 ทรงตัว YoY แต่ราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนปัจจัยลบไปแล้ว คาดกำไรมีโอกาสกลับมาโต QoQ และ YoY ใน 1Q26 หนุนจากการออกสินค้าใหม่ในกลุ่ม 7-Eleven และรายได้จากการส่งออกที่ฟื้นตัว บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 2026 ที่ระดับ 15% YoY จากการขยายสาขา 7-Eleven และธุรกิจ Food service ที่เติบโต NSL ในมุมมองหยวนต้า: บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่ารายได้ใน 4Q25 จะฟื้นตัว QoQ ตามฤดูกาลท่องเที่ยวและเติบโต YoY ประมาณ 7-9% แม้จะชะลอตัวจาก 9M25 ที่เติบโต 23.0% YoY เนื่องจากผลกระทบจาก "โครงการคนละครึ่งพลัส" ที่ทำให้ยอดขายใน 7-Eleven เติบโตได้น้อยลง อย่างไรก็ตาม คาดว่า GPM จะฟื้นตัว QoQ เป็น 19.0% จากการขยายตัวของ U-rate และไม่มีค่าใช้จ่ายในโรงงานสูงเหมือน 3Q25 ถึงแม้กำไรปกติใน 4Q25 อาจทรงตัว YoY ที่ 145-155 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าที่หยวนต้าคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า แต่ราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 11.0% ใน 3 เดือนที่ผ่านมาได้สะท้อนปัจจัยลบดังกล่าวไปแล้ว นอกจากนี้ หยวนต้าคาดว่ากำไรจะกลับมาเติบโต QoQ และ YoY ใน 1Q26 จากการเร่งออกสินค้าใหม่ในกลุ่ม 7-Eleven และรายได้จากการส่งออกที่ฟื้นตัว บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 2026 ที่ 15% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายสาขาร้าน 7-Eleven ประมาณ 700 สาขาต่อปี การเริ่มรับรู้ผลของการขยายกำลังการผลิตในช่วงกลางปี 2026 และการเติบโตของธุรกิจ Food service และธุรกิจส่งออก ข้อสังเกตและประเด็นสำคัญ: Product Mix: แม้ GPM จะฟื้นตัว แต่ยังคงลดลง YoY จากผลของ Product Mix ของธุรกิจ Food service ที่แย่ลง Cost Efficiency: SG&A/sales คาดยังลดลงต่อเนื่องทั้ง QoQ และ YoY ตามการทำ Cost efficiency เป้าหมายรายได้: เป้าหมายของบริษัทสูงกว่าประมาณการรายได้ของหยวนต้าเล็กน้อยที่คาดโต 12.1% ภูมิรัฐศาสตร์: ประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างไทย-กัมพูชามองกระทบจำกัด เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนรายได้ค่อนข้างต่ำ สรุปและคำแนะนำ: หยวนต้าคงประมาณการกำไรปี 2025-2026 ที่ 612 ล้านบาท (+13.2% YoY) และ 691 ล้านบาท (+12.8% YoY) และคงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2025 ไว้ที่ 39.50 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PER25-26 เพียง 11.8 เท่า และ 10.5 เท่า ตามลำดับ จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมี Valuation Methodology: PER @ 19.4x