Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa QH บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

QH: ควอลิตี้เฮ้าส์ กำไร Q4/68 ลดลง แต่ยังคงแนะนำ "ซื้อ" จาก Phillip Securities

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) หรือ PST คาดการณ์กำไรของ ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) ในไตรมาส 4 ปี 2568 จะ ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (q-q) และปีที่แล้ว (y-y) อย่างไรก็ตาม ยังคงแนะนำ " ซื้อ " โดยมีราคาเป้าหมายที่ 1.40 บาท ผลการดำเนินงานและแนวโน้ม ถึงแม้ว่าในไตรมาส 3 ปี 2568 QH จะมียอดขายที่ฟื้นตัวได้ดีจากการจัดโปรโมชั่น โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม Q1 Sukhumvit ที่มีอัตรากำไรสูง แต่ภาพรวมกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้ยอดขายแนวราบยังทรงตัว ขณะที่แนวสูงฟื้นตัวได้ดีจากโปรโมชั่น ส่งผลให้ยอดขายรวมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบทั้ง q-q และ y-y กำไรในไตรมาส 3 ปรับตัวขึ้น q-q ได้ดีจากยอดโอนและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ดีขึ้นจากคอนโด Q1 Sukhumvit รวมถึงส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นจาก LHFG ที่มีรายการพิเศษเข้ามา สำหรับไตรมาส 4 ปี 2568 QH มีการเปิดตัว 3 โครงการใหม่ แต่คาดว่ายอดขายจะชะลอตัวลง q-q ยอดโอนอาจอ่อนตัวลงเล็กน้อย แม้ว่า GPM จะฟื้นตัวดีขึ้น แต่ส่วนแบ่งกำไรอาจชะลอตัวลงเนื่องจากไม่มีรายการพิเศษจาก LHFG เหมือนไตรมาสก่อนหน้า ข้อสังเกตและการวิเคราะห์ PST มองว่าแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ QH ยังไม่กลับมาฟื้นตัวในปีหน้า เนื่องจากปี 2569 จะไม่มีการเปิดโครงการใหม่ แต่จะเน้นการขายโครงการที่เปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่อง และลดระดับสต็อก โดยเน้นการก่อสร้างในโครงการที่มีอยู่ และปรับสินค้าและราคาให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ทั้งนี้ PST ได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ลง 2.5% มาอยู่ที่ 1,565 ล้านบาท (-5.3% y-y) และปรับ Discount ของเงินลงทุนเป็น 40% เพื่อให้ราคาเหมาะสมกับปัจจุบันและ yield ที่เหมาะสม สรุปและคำแนะนำ ถึงแม้ว่า PST จะปรับลดราคาพื้นฐานปี 2569 ลงมาอยู่ที่ 1.40 บาท แต่ยังคงแนะนำ " ซื้อ " โดยมองว่า QH ยังคงเป็นหุ้นที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนเน้นปันผล เนื่องจากบริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ (Net IBD to Equity) ที่ 0.25 เท่า ซึ่งต่ำที่สุดในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ ราคาเป้าหมาย 1.40 บาท มาจากการประเมินมูลค่าด้วยวิธี Sum-of-the-Parts (SOTP) โดยอิงจาก P/E ratio ที่ 9.1 เท่า และมีการพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่ 2.8%