Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
oppday ADB บริษัท แอ็พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน)

ADB: ผลประกอบการ Q2/2569 เติบโตแข็งแกร่งจากธุรกิจเม็ดพลาสติกและกลุ่มผลิตภัณฑ์สายไฟ พร้อมแผนรุกขยายตลาดรองรับ Mega Trend

ADB: ผลประกอบการ Q2/2569 เติบโตแข็งแกร่งจากธุรกิจเม็ดพลาสติกและกลุ่มผลิตภัณฑ์สายไฟ พร้อมแผนรุกขยายตลาดรองรับ Mega Trend 1. Highlights โครงสร้างธุรกิจหลักของบริษัทประกอบด้วยธุรกิจผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติกคอมปาวด์ (Plastic Compound) สำหรับเกรดสายไฟ สายเคเบิล เกรดทางการแพทย์ และเกรดใช้งานทั่วไป รวมถึงมีการถือหุ้นในบริษัท แอ็พพลาย ดีบี ซีแลนด์ จำกัด (ADBS) ในสัดส่วน 49% และมีบริษัทย่อยคือ บริษัท แอ็พพลาย ดีบี ไบโอ จำกัด (ADB Bio) ถือหุ้น 99.97% [พูด] ในส่วนของธุรกิจเม็ดพลาสติกคอมปาวด์ (Plastic Compound) มีสัดส่วนรายได้หลักมาจากเกรดสายไฟและสายเคเบิล (Wire & Cable) มากกว่า 70% ของรายได้รวม โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมสายไฟในประเทศและการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน [พูด] บริษัทร่วมทุน ADB Sealant (ADBS) ดำเนินธุรกิจผลิตยาแนว กาวอุตสาหกรรม และสินค้า DIY ภายใต้แบรนด์ของบริษัทเอง เช่น ADB, DB, SPARKO รวมถึงรับจ้างผลิต OEM และ ODM ทั้งในประเทศและระดับสากล และมีการร่วมทุนกับกลุ่ม AICA จากประเทศญี่ปุ่นเพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตในตลาดเอเชีย [พูด] บริษัทลูก ADB Bio ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเม็ดพลาสติกย่อยสลายได้ 100% สำหรับนำไปขึ้นรูปเป็นถาดอาหาร ถุงพลาสติก และช้อนส้อม รวมถึงผลิตภัณฑ์ทรายแมวธรรมชาติ 3-in-1 ภายใต้แบรนด์ WIGGLE ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการขยายตลาดและช่องทางออนไลน์ [พูด] ผลการดำเนินงานในงวดครึ่งแรกและไตรมาสที่ 2 เติบโตต่อเนื่อง โดยรายได้รวมครึ่งปีเติบโตขึ้นประมาณ 18% และรายได้ในไตรมาสที่ 2 เติบโตขึ้นประมาณ 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งขับเคลื่อนด้วยดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มสายไฟและสายเคเบิล รวมถึงการบริหารต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ [พูด] อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ประมาณ 27% ซึ่งได้อานิสงส์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) และต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่ลดลงจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น [พูด] ฐานะทางการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำเพียงประมาณ 0.56 เท่า และมีวงจรเงินสด (Cash Cycle) ที่เร็วขึ้น รวมถึงสภาพคล่องที่ดีขึ้น ทำให้อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) อยู่ที่ระดับ 17 เท่า [พูด] ผู้บริหารแสดงความมั่นใจต่อผลการดำเนินงานที่มีการเติบโตติดต่อกันมากกว่า 3 ไตรมาส และมองว่าความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสถานการณ์ซัพพลายเชนในภูมิภาคเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนและรักษาอัตรากำไรได้ตามเป้าหมาย [พูด] 2. Hero Story จุดเด่นสำคัญที่ผู้บริหารเน้นย้ำตลอดการนำเสนอคือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มธุรกิจเม็ดพลาสติกคอมปาวด์สำหรับสายไฟและสายเคเบิล ซึ่งเป็นรายได้หลักกว่า 70% ของบริษัท โดยได้รับปัจจัยขับเคลื่อนจากนโยบายภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการขยายเขตไฟฟ้าลงดิน การเติบโตของนิคมอุตสาหกรรม และกระแส Mega Trend ของประเทศไทย ทั้งการลงทุนใน AI Data Center, Smart Grid และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ซึ่งส่งผลให้ความต้องการใช้วายแอมเคเบิลและเม็ดพลาสติกสำหรับฉนวนหุ้มสายไฟพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภายในโรงงานทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงและผลักดันให้อัตรากำไรเติบโตอย่างโดดเด่นในงวดนี้ [พูด] 3. Outlook แผนการดำเนินงานมุ่งเน้นการเติบโตผ่านธุรกิจหลัก (Core Business) โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกคอมปาวด์สำหรับสายไฟและสายเคเบิล เพื่อรองรับดีมานด์จากเมกะเทรนด์ เช่น AI Data Center, Smart Grid และสถานีชาร์จ EV ที่ภาครัฐและเอกชนกำลังเร่งลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐาน [พูด] การใช้ประโยชน์จากใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (ADB-W1) โดยมีอัตราการจัดสรร 1 วอร์แรนต์ ต่อ 1 หุ้นสามัญเดิม ในราคาการใช้สิทธิ 1.55 บาทต่อหุ้น เพื่อนำเงินที่ได้รับจากการแปลงสภาพ (ประมาณไม่เกิน 565.65 ล้านบาท) ไปใช้สนับสนุนธุรกิจปัจจุบันและรองรับการเติบโตในอนาคต [พูด] แผนการใช้เงินจากวอร์แรนต์ แบ่งเป็นเงินประมาณ 300 ล้านบาท สำหรับสนับสนุนธุรกิจเม็ดพลาสติก PVC ปัจจุบัน และเงินที่เหลือประมาณ 262 ล้านบาท สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนและรองรับโอกาสในการหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจใหม่ ๆ หรือการควบรวมกิจการ (M&A) [พูด] การเพิ่มกำลังการผลิตและไลน์การผลิตใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์สายไฟ (Wire & Cable) โดยเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและลดต้นทุนต่อหน่วยลงด้วยการใช้ระบบอัตโนมัติ (Robot) เข้ามาช่วย [พูด] 4. ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสถานการณ์ Supply Shortage ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเสถียรของต้นทุนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน [พูด] ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจมหภาคและดีมานด์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง ซึ่งอาจส่งผลต่อความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างและยาแนวบางประเภท [พูด] ผลกระทบด้าน Dilution Effect จากการใช้สิทธิแปลงสภาพของวอร์แรนต์ ADB-W1 ซึ่งหากมีการใช้สิทธิแปลงสภาพเต็มจำนวน จะเกิด Dilution ประมาณ 33.33% [พูด] 5. Q&A Highlights คำถาม (19:35): "ข้อมูลเกี่ยวกับ Data Center, Solar Cell และ Substation Expansion จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเราในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอย่างไร?" [พูด] คำตอบ: "รายได้หลักของบริษัทมาจากการผลิตเม็ดพลาสติกสำหรับสายไฟ (Wire & Cable) ซึ่งเมื่อภาครัฐและเอกชนมีการลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการสายไฟฟ้าใต้ดิน, Smart Grid, การลงทุน Data Center มูลค่านับพันล้านดอลลาร์ของบริษัทระดับโลกอย่าง Google รวมถึงสถานีชาร์จ EV และ Solar Cell สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องใช้ระบบไฟฟ้าและสายไฟปริมาณมาก ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการใช้วายแอมเคเบิลและเม็ดพลาสติกฉนวนหุ้มเติบโตตามไปด้วยอย่างมีนัยสำคัญ" [พูด] คำถาม (33:17): "บริษัทมี Flame Retardant Compound หรือไม่ และลูกค้ามีความต้องการใช้อย่างไร?" [พูด] คำตอบ: "บริษัทมีสูตรผลิตภัณฑ์ Flame Retardant (สารหน่วงไฟ) อยู่แล้ว และลูกค้ามีความต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ เนื่องจากเป็นเกรดพิเศษที่มีอัตรากำไร (Margin) สูง ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของยอดขายและกำไรของบริษัท" [พูด] คำถาม (33:55): "หลังจากออก Warrants แล้วบริษัทจะมีการขยายกำลังการผลิตในโรงงานเดิมอย่างไร และมีคาดการณ์ดีมานด์จากลูกค้าในปีหน้าอย่างไร?" [พูด] คำตอบ: "กำลังการผลิตเป็นโครงการที่ทำต่อเนื่องอยู่แล้ว และบริษัทได้มีการสร้างไลน์การผลิตใหม่เพิ่มเติมซึ่งเสร็จสิ้นการติดตั้งแล้ว จะช่วยเพิ่มทั้งกำลังการผลิตและประสิทธิภาพการผลิตโดยใช้ระบบ Automation เข้ามาช่วย ส่วนคำสั่งซื้อจากลูกค้าปกติจะมีการให้ Forecast ล่วงหน้าประมาณ 3-6 เดือน ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการวัตถุดิบและจองกำลังการผลิตล่วงหน้าได้" [พูด] คำถาม (39:06): "บริษัทเคยได้รับ Advanced Order จากลูกค้าในกลุ่มไฟฟ้าและ Fiber Optic Cable หรือไม่?" [พูด] คำตอบ: "บริษัทเคยได้รับ Advanced Order โดยลูกค้าจะให้ Forecast ความต้องการใช้ล่วงหน้าประมาณ 6 เดือน ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถวางแผนการจัดหาวัตถุดิบและบริหารกำลังการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ" [พูด]