Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa MAGURO บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

MAGURO (มากุโระ) ไปต่อไม่หยุด! คาด Q4/2568 ทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง KSS ยังคงแนะนำ "ซื้อ"

text-primary KSS มองบวก MAGURO โตต่อเนื่อง คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 29 บาท บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี (KSS) ยังคงแนะนำ "ซื้อ" หุ้น MAGURO โดยให้ ราคาเป้าหมาย 29 บาท เนื่องจากมีมุมมองเชิงบวกจากการประชุมนักวิเคราะห์ และคาดการณ์ว่าผลประกอบการจะยังคงเติบโตได้ดีจากการขยายสาขา การเพิ่มแบรนด์ที่มีมาร์จิ้นสูง และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ text-primary มุมมองเชิงบวกจากการประชุมนักวิเคราะห์ KSS คาดการณ์ว่ารายได้ของ MAGURO ในปี 2568 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 40% (9 เดือนแรกของปี 2568 เติบโต 40%) และในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 30% ต่อปี ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ดีขึ้นในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 ที่ -2.7% และคาดว่าจะกลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ การทำโปรโมชั่นบุฟเฟต์ของแบรนด์ Ssamthing Together ยังได้รับการตอบรับที่ดี text-primary ข้อสังเกตสำคัญ MAGURO มีแผนขยายสาขาอย่างน้อย 15 สาขาในปี 2569 โดยเน้นแบรนด์ Bincho และ Kiwamiya พร้อมทั้งมีแผนเปิดแบรนด์ใหม่ 2-3 แบรนด์ต่อปี ทั้งแบรนด์จากญี่ปุ่นและแบรนด์ที่บริษัทพัฒนาเอง โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในไตรมาส 1/2569 แบรนด์ใหม่ โดยเฉพาะ Bincho และ Kiwamiya มีรายได้ต่อเดือนสูงถึง 6-10 ล้านบาท/สาขา/เดือน เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นที่ 3-4 ล้านบาท/สาขา/เดือน ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาช่วยเสริมการเติบโตของรายได้อย่างชัดเจนในไตรมาส 4/2568 โดยเฉพาะ Kiwamiya ที่รับรู้รายได้เต็มไตรมาส อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะดีขึ้นในไตรมาส 4/2568 เมื่อเทียบกับ 47.4% ในไตรมาส 3/2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ในปี 2569 จากการรับรู้รายได้จากแบรนด์ที่มีมาร์จิ้นสูง เช่น Tonkatsu Aoki, Hitori shabu และ Kiwamiya text-primary สรุป KSS ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" MAGURO โดยให้ราคาเป้าหมาย 29 บาท เนื่องจากศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งจากทั้งแบรนด์เดิมและแบรนด์ใหม่ ขณะเดียวกันหุ้นยังมีมูลค่าที่น่าสนใจ โดยซื้อขายที่ PER ปี 2568 เพียง 16 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ประมาณ 20 เท่า ทั้งนี้ KSS ประเมินราคาเป้าหมายโดยใช้วิธี WACC ที่ 9.5% และ Long-Term Growth Rate ที่ 1%