Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
oppday LOXLEY บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน)

ล็อกซ์เลย์ (LX) ผงานรายได้ทะลุ 11 พันล้านบาท กูรูมองอนาคตสดใส

ล็อกซ์เลย์ (LX) ผงานรายได้ทะลุ 11 พันล้านบาท กูรูมองอนาคตสดใส บริษัทล็อกซ์เลย์ จำกัด (มหาชน) ประกาศความแข็งแกรงในปีงบประมาณ 2568 ด้วยผลประกอบการที่โดดเด่น โดยเฉพาะรายได้อย่างรวม 11,175 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังไม่มีรายละเอียดของผลประกอบการในปี 2567 แต่การเติบโตในครั้งนี้สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและการปรับตัวเข้ากับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานตามกลยุทธ์หลักสองประการ ได้แก่ Engine #1 - 5+1 HBG และ Engine #2 - ธุรกิจร่วมทุน Engine #1 ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท สร้างรายได้มากถึง 90% โดยแบ่งสัดส่วนเป็นธุรกิจเทรดดิ้ง 36% IT 15% ธุรกิจบริการ 16% เน็ตเวิร์กโครงการ 11% และพลังงาน 4% ในขณะที่ Engine #2 ธุรกิจร่วมทุน มีส่วนช่วยเพิ่มกำไรสุทธิของบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญจากการดำเนินงานของ BP CASTGLE และ NS BUSCOPE ทำให้บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริหารลง 2% ได้สำเร็จ “การปรับโครงสร้าง Backlog งานโครงการให้กระจายไปยังหลายหน่วยงานหลักเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้าหรือโครงการใดโครงการหนึ่งเพียงแห่งเดียว” ความสำเร็จของล็อกซ์เลย์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเติบโตของรายได้เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการบริหารงานโครงการให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จนสามารถลดผลขาดทุนจากโครงการได้ลงเหลือศูนย์ในปี 2568 นอกจากนี้ บริษัทยังมีฐานรายได้ที่มั่นคงจากธุรกิจเทรดดิ้งและบริการประมาณ 1,300–1,400 ล้านบาทต่อปี ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งและความยั่งยืนทางการเงินในระยะยาว จากการวิเคราะห์ตัวเลขอย่างละเอียด พบว่าล็อกซ์เลย์ประสบความสำเร็จในการปรับปรุง Gross Profit Margin จาก 15% ในปีก่อนหน้า เป็น 17% ในปี 2568 ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารงานโครงการที่มีประสิทธิภาพ และการควบคุมต้นทุนได้อย่างรอบค้อย นอกจากนี้ Backlog งานโครงการที่มีอยู่ ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 8,550 ล้านบาท พร้อมกับโอกาสในการรับงานใหม่อีกกว่า 9,000 ล้านบาท และโอกาสในอีก 20,000 ล้านบาทในช่วงกลางถึงปลายปี ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการรับงานและเติบโตอย่างต่อเนื่อง “การเติบโตของธุรกิจเทรดดิ้งถึง 19% มาจากการตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดน้ำมันถั่วเหลียง โดยเฉพาะในด้านปริมาณและราคา” แม้ว่าจะมีปัจจัยภายนอกที่ท้าทาย เช่น สภาวะความไม่มั่นคงในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ล็อกซ์เลย์ก็มีความสามารถในการบริหารความเสี่ยง และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากการสนับสนุนของภาครัฐในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้บริษัทได้รับงาน O&M มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ เจาะประเด็นร้อน (Q&A) Q: การเติบโตของรายได้ถึง 15% มาจากอะไร? A: มาจากการเติบโตของตลาดน้ำมันถั่วเหลืองในปี 2568 โดยเฉพาะในด้านปริมาณและราคาที่ มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง Q: ธุรกิจเทรดดิ้งโตถึง 19% จะรักษายอดขายได้อย่างไร? A: เพิ่มความหลากหลายของสินค้าให้ครอบคลุมทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เน้นการบริหารทีม ขายอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มแผนงานเฉพาะเจาะจงต่อแต่ละลูกค้า Q: แบล็กล็อกงานโครงการมีเท่าไหร่? A: มีจำนวนรวมประมาณ 8,550 ล้านบาท โดยมีงานใหม่รอการประมูลอีกประมาณ 9,000 ล้านบาท และงานอีก 20,000 ล้านบาทในช่วงกลางถึงปลายปี Q: ธุรกิจร่วมทุนสามารถเติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่ในภาวะราคาวัตถุดิบผันผวน? A: บริษัทร่วม BP CASTLE และ NS BUSCOPE มีประวัติผ่านวิกฤตหลายครั้ง เช่น โควิด 19 มีระบบบริหารความเสี่ยงที่ลดลงเทอมอยู่แล้ว โดยเน้นการบริหารสินค้าคงคลังและ ปรับสมดุลระหว่าง Supply และ Demand Q: การปรับตัวของ Gross Profit Margin จาก 15% เป็น 17% มาจากอะไร? A: การบริหารงานโครงการให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น การลดขาดทุนจากโครงการลงเหลือ ศูนย์ และการควบคุมต้นทุนในธุรกิจหลักได้อย่างมีระบบ Q: สภาวะความไม่มั่นคงในตะวันออกกลางส่งผลต่อต้นทุนบริษัทร่วมอย่างไร? A: ส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาสินค้าและโลจิสติกส์ บริษัทบริหารความเสี่ยงโดย ปรับสมดουλระหว่าง Supply และ Demand และบริหารสินค้าคงคลังอย่างรอบคอบ Q: แนวโน้มไตรมาสแรกปี 2568 เทียบกับปีก่อนหน้าเป็นอย่างไร? A: ยังรักษาโมเมนตัมการเติบโตไว้ได้ดี รายได้ยังคงเติบโตตามแผนเนื่องจาก Backlog และ Recurring Revenue มีเสถียรภาพ ล็อกซ์เลย์วางเป้าหมายในระยะสั้นคือการรักษาการเติบโตของธุรกิจหลัก และเพิ่ม Backlog งานโครงการให้คงที่ ในระยะยาว มุ่งเน้นพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ให้เป็น แหล่ง Recurring Revenue ที่สำคัญ รวมถึงเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านการบริหาร ความเสี่ยงจากภายนอก ซึ่งทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและ ความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนสำหรับล็อกซ์เลย์ในอนาคต