2025-11-27T18:28:34+00:00 oppday MGC บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ถอดรหัส Oppday MGC: ส่องผลงาน Q3/68, โอกาส EV, กลยุทธ์เติบโตยั่งยืน ถอดรหัส Oppday MGC: ส่องผลงาน Q3/68, โอกาส EV, กลยุทธ์เติบโตยั่งยืน สวัสดีครับ วันนี้ผม ดร.สันตวุฒิ ทำชวนวิริยะ จาก Millennium Group Corporation Asia หรือ MG Asia จะมาอัปเดตผลประกอบการและแผนธุรกิจในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ขอขอบคุณตลาดหลักทรัพย์ที่ให้โอกาส MG Asia ได้มาอัปเดตข้อมูล สำหรับภาพรวมธุรกิจของ MG Asia มี 4 เสาหลัก (Pillar) คือ ธุรกิจ Mobility Retail After Sales Service ธุรกิจบริการ (หลังการขาย, รถเช่า) ธุรกิจการเงินและประกันภัย ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ MG Asia Mobility Ecosystem MG Asia เปิดมา 25 ปี ได้รับการยอมรับจากพันธมิตร (ผู้ผลิตรถยนต์, สถาบันการเงิน, ชิ้นส่วนอะไหล่) ฉลองครบรอบ 25 ปี และตั้งหมุดหมายใหม่ เพื่อให้เข้ากับ Megatrend ของธุรกิจยานยนต์ในประเทศไทย คือ รถยนต์ EV หรือไฟฟ้า ผสานกับ Ecosystem ของ MG Asia และแผนการขยาย Network ภายใต้แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่อยู่ใน Megatrend หรือ dominate ตลาด คือ รถยนต์ไฟฟ้าจีน อย่างแบรนด์ชั้นนำหรือ Premium คือ Xpeng และ Seeker Agenda หลักๆ ที่จะพูดถึงมี 4 หัวข้อ: Financial Performance กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจเพื่อวาง Positioning ของธุรกิจ และ Overview Market Outlook Business Operation ที่จะเกิดขึ้นในไตรมาสสุดท้าย แผนระยะกลางและระยะยาวสำหรับ MG Asia 1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview) Q3 ที่ผ่านมา มีการเติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะ ด้วยกลยุทธ์ในการวางตำแหน่งของสินค้าให้เป็น Premium EV ได้รับการตอบรับที่ดี และเตรียมแผนรองรับประชากรรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ Xpeng และ Seeker ที่จะเติบโตขึ้น ปีนี้ให้ Key Strategic 3 เรื่อง คือ Market Expansion (การขยายตลาด) โฟกัสในกลุ่ม Premium Segment EV เจาะเข้ากลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อและชื่นชอบเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอย่าง Xpeng ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งแตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าจีนอื่นๆ ในตลาด ลูกค้าได้สัมผัสและรับรู้ถึงประสบการณ์ต่างๆ ผ่านการใช้รถยนต์ไฟฟ้า Xpeng ซึ่งปัจจุบันมี 2 รุ่น คือ G6 และ X9 (รถตู้ไฟฟ้าอัจฉริยะ) G6 ได้เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ 2 รุ่น (Long Range, All Wheel Drive) ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี แต่จำนวนรถ/โควต้าที่ได้รับมาไม่เพียงพอต่อความต้องการที่คนให้ความสนใจกับรถยนต์ไฟฟ้า G6 ตอนนี้ได้มีการทยอยเรียกและสั่งรถเพิ่มขึ้นจากทางผู้ผลิต รวมถึงอยู่ในขั้นตอนการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า G6 รุ่นใหม่ คือ รุ่น New Standard ซึ่งราคาเป็นรุ่นที่จับต้องได้ กลุ่มลูกค้าระดับประมาณ 1 ล้านบาท สามารถที่จะเข้ามาจับต้องได้ผ่านโปรแกรมทางการเงิน ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1.189 ล้านบาท ถ้าเปรียบเทียบกับ Value, สมรรถนะ, Product ของรถยนต์ไฟฟ้า New G6 Standard ด้วยราคา 1.189 ล้านบาท คาดว่าจะได้รับการตอบรับและคำสั่งซื้อจากลูกค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายเป็นจำนวนมาก ส่วนที่ 2 คือ การทำเรื่อง Branding (Brand Portfolio) พยายามโฟกัส 2 เรื่อง คือ Positioning ตัวเองเป็นรถ EV Premium ที่มีนวัตกรรม ขับเคลื่อนด้วย AI โฟกัสกับเรื่อง Fashion Lifestyle ซึ่งสอดคล้องกับ Design ของรถยนต์ นอกจากนั้น ได้มีการวางกลยุทธ์ในเรื่องของตัวแทนจำหน่ายและ Partnership (Finance, ประกันภัย) รวมถึงการวางแผนขยายเครือข่าย Network ทั้งตัวแทนจำหน่าย และ Network ในการ Charging ไฟฟ้า เตรียมการปฏิบัติการอย่างมากมายภายในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรือกลุ่ม MG Asia ด้วยการ Improve ในเรื่องของ Operation Excellence Program ทางด้านต่างๆ (กระบวนการทำงาน, Supply Chain, Optimize Customer) โฟกัสในเรื่องของประสบการณ์ของลูกค้าที่มีโดยตรงต่อผลิตภัณฑ์ในเครือของ MG Asia ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ High Luxury Premium อย่าง BMW หรือ Mini จาก Millennium Auto หรือ Premium Mass อย่าง Summit Honda หรือผ่าน Brand Partner ต่างๆ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า 2 ยี่ห้อที่ได้พูดถึง (Xpeng และ Seeker) Q3 ปีนี้ revenue มีอัตราการเติบโตขึ้น 23.5% เมื่อเทียบกับ Q3 ของปี 2024 (ถ้าเทียบกับ Q3 ปี 2024 และ 2025 มีอัตราการเติบโตเกือบ 30%) Q3 มีการส่งมอบรถที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีการเติบโตขึ้น 23.5% โดยรายได้สัดส่วนแบ่งออกเป็น 5 ส่วน: รถยนต์ใหม่ 75% Service/After Sales บริการหลังการขาย 16.6% ธุรกิจบริการรถเช่า 7% Finance และประกันภัย 0.8% EBITDA ที่ทำได้ ถ้าเทียบกับ Q3 ของปีนี้กับปีที่แล้ว มีอัตราการเติบโตขึ้น 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ หรือโตขึ้น 357 ล้านบาท ถ้าเทียบกับ Q2 ที่ผ่านมา มี EBITDA ที่เติบโตขึ้นกว่า 300 ล้าน (307 ล้านบาท) โดยใน Q3 สามารถทำ EBITDA ได้ถึง 738 ล้านบาท Net Profit มีอัตรากำไรเติบโตขึ้นกว่าเกือบ 200 ล้านบาท หรือโตขึ้นกว่า 370% จากไตรมาส 2 ปีนี้ หรือตรงขึ้นถึง 2,000 กว่าเปอร์เซ็นต์เลย หรือ 240 กว่าล้านจาก Q3 ในปีที่ผ่านมา อันนี้เป็นผลจากการที่ได้วางแผนกลยุทธ์ด้านต่างๆ (Market Expansion, Brand Portfolio, Partnership, Operation ด้านต่างๆ, Strategic Positioning ของแบรนด์ในเครือ) Financial Highlight อีกมุมหนึ่ง Revenue มีอัตราการเติบโตขึ้น อย่างเห็นได้ชัด (กว่า 300 ล้าน) ในส่วนของ Revenue EBITDA ด้วยก็เช่นกัน มีการเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คือ 438 ล้านบาท และเป็นผลสะท้อนไปถึง Net Profit ใน Q3 ที่ผ่านมา ที่มีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น (Net Profit คือ 362 ล้านบาท) Revenue รายได้ประจำ 9 เดือนที่ผ่านมา ในส่วนของ Mobility Service นั้น มีอัตราเติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา 9 เดือนที่ผ่านมาของปีที่แล้ว ประมาณ 3% กว่า ก็คือ 10,000 ล้านบาท ในส่วนของ After Sales ก็ยังทรงอยู่ในที่ ในส่วนของรายได้บริการเรื่องรถเช่า ก็เติบโตขึ้น 3% กว่า รวมไปถึงธุรกิจ Other Business ก็เติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน กลยุทธ์ในการสร้างการเติบโตของกลุ่ม MG Asia มีการวางแผนกลยุทธ์ในการสร้างการเติบโตผ่านรถ Premium EV ผ่านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย Portfolio ถูกกำหนดว่าจะต้องเป็น Future Mobility (ยานยนต์แห่งอนาคต) เนื่องจาก Product และสินค้า ถูกสร้างขึ้นมาด้วยนวัตกรรม และ Drive ด้วย AI ผสมผสานกับการที่เป็นกลุ่ม Luxury และ Premium สะท้อนไปที่ Innovation และ Sustainability เพื่อสร้างความต้องการ Demand ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง Q3 นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสะท้อนผลงานในสิ่งที่ได้วางแผนไว้ก่อนหน้านี้ ในส่วนของ Premium EV Portfolio (เช่น Xpeng) ได้รับการตอบรับที่ดี ทำให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ/รถตู้ ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ใน Segment รวมไปถึงการ Launch Xpeng Humanoid (Iron) ได้มีการเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ รวมถึงทางกลุ่ม MG Asia หรือ Xpeng ประเทศไทย ภายใต้กลุ่ม MG Asia ได้รับรางวัล Best Organization Award ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันในเรื่องของการวางแผน การทำงานแบบมืออาชีพของทีมงาน Xpeng และการสนับสนุนอย่างมืออาชีพกับทางภายใต้ MG Asia ซึ่งแน่นอนว่าความร่วมมือในระดับเชิงธุรกิจและเชิงกลยุทธ์กับ Xpeng China ก็คงจะมีเพิ่มขึ้นอย่างตามลำดับ รวมถึงการให้เพิ่มขีดความสามารถกับ Partner ในปัจจุบัน (BMW Group, Honda) หรือแบรนด์ต่างๆ ที่ทาง MG Asia เป็นตัวแทนอยู่ Xpeng เอง Premium Smart EV ในเมืองไทย ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา ได้มีการส่งมอบรถยนต์ขึ้นเป็นจำนวนมากอย่างมีนัยยะ รวมถึง Seeker เองด้วยก็เช่นกัน ซึ่งตรงนี้เป็นผลสะท้อนถึงไตรมาส 3 ที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ในเรื่องของ Structure ในการ Transform MG Asia มีการ Lean Organization มีการปรับองค์กรให้เข้ากับการแข่งขันธุรกิจในปัจจุบัน มี Synergy และ Console โปรแกรมต่างๆ ทั้งการขายและการบริการลูกค้า เพื่อสร้าง Value Chain ต่างๆ และอันเป็นผลมาสะท้อนมาถึง Profit และ Synergy Business กันทั้ง Vertical และ Horizontal Business Model เพื่อการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และ Long Term ของกลุ่ม ก่อนหน้านี้ได้มีการเป็น Partner กับทางบริษัทอรุณพลัส ภายใต้เครือของ ปตท. ภายใต้ชื่อ Neo Mobility Asia ซึ่งปัจจุบัน MG Asia ได้ acquire หุ้นทั้งหมด 100% ผ่านทาง Neo Mobility Asia ซึ่งเป็นบริษัท Joint Venture กับ PDD Group ซึ่งวันนี้ MG Asia ได้ถือหุ้นใน Neo Mobility Asia แล้ว 100% ทำให้การบุ๊กในเรื่องของกำไรและผลประกอบการทั้งหมด เริ่มในวันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นมา ทางบริษัทก็ได้บุ๊กในเรื่องของ Profit จาก Neo Mobility Asia แต่เพียงผู้เดียวนะฮะ ก็คือ 100% แล้วก็รวมถึง Bottom Line แล้วก็ earning ต่างๆ ของบริษัท การสร้าง Value Chain ได้มีการเพิ่มขีดความสามารถในการควบคุมและขยายธุรกิจผ่าน EV Business Supply Chain เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง และเกิดขีดความสามารถในการแข่งขันในตำแหน่งสินค้าต่างๆ ในเครือ รวมถึงการพัฒนาในเรื่องของการส่งเสริมตัว Mobility Ecosystem ของ MG Asia ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น นอกเหนือจากนั้น การสร้างรายได้ที่มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของบริการหลังการขาย การเพิ่มขีดความสามารถของการให้บริการรถยนต์เช่าฟรีไฟฟ้า เพื่อสร้างรายได้อย่างเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงธุรกิจในเรื่องของบริการหลังการขาย รถยนต์ไฟฟ้าที่จะมีเกิดขึ้นในอนาคตในเรื่องของ After Market ด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการที่จะส่งเสริมและสะท้อนในเรื่องของการสร้างคุณภาพของกำไรทั้งในระยะสั้น แล้วก็รวมถึงระยะกลางและระยะยาว อันนำมาผลซึ่งการสร้างความยั่งยืน ในองค์กร ด้วย Business Model ที่ค่อนข้างจะ Diversify ในเรื่องของรายได้ของในกลุ่ม ให้สอดคล้องกับ Trend ของตลาดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน สำหรับ Recap นิดนึงสำหรับ EV Ecosystem ของ MG Asia ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของธุรกิจที่เกี่ยวข้องและเกี่ยวเนื่องกับ EV Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแบตเตอรี่ รวมไปถึงการทำ Package แบตเตอรี่ Recycle หรือในเรื่องของ EV Production EV Product Platform รวมถึงการสร้าง Customer Experience Design Center ที่จะเกิดขึ้นใน Q1 ในปีหน้า รวมถึงการสร้างช่องทาง Offline และ Online ผ่านในเรื่องของการบริการซื้อขายรถใหม่และรถยนต์มือสอง รวมถึงโปรแกรมทางการเงิน และประกันภัย เพื่อ Serve เฉพาะเจาะจงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ Rolls-Royce BMW หรือแบรนด์ต่างๆ ในเครือที่เกิดขึ้น รวมถึงแบรนด์ Xpeng และ Seeker ด้วยก็ตาม แล้วก็รวมไปถึงการให้บริการรถเช่านะครับ ต่างๆ รวมพร้อมคนขับรวมถึงการขยายและเพิ่มฟรีดรถยนต์ไฟฟ้าที่อยู่ใน Megatrend และผู้บริโภคต้องการนะครับซึ่งเราก็ถือว่าเป็นเจ้าแรกๆ ในเมืองไทยที่มีการขยายพอร์ตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อให้เช่าไม่ว่าจะเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจาก BMW นะครับไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ Mini นะครับหรือแม้กระทั่งแบรนด์ Xpeng นะฮะไม่ว่าจะเป็น G6 หรือ X9 หรือรวมถึงแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าย่าง Seeker ซึ่งทาง Master Car Rental หรือ Six นะครับของเราก็มีให้บริการในฟรีดนี้อยู่ทั่วประเทศนะครับแล้วก็ความร่วมมือในการขยายนะครับในเรื่องของ Charging Station ผ่าน Outlet ของ MG Asia เองรวมถึงขยายผ่าน Partner นะฮะในเรื่องของ Charging Station แล้วก็รวมถึงการเตรียมความพร้อมในเรื่องของ After Market นะเรื่องของการบริการหลังการขายรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่เราได้ถูกส่งมอบไปไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการฝึกฝนอบรมพัฒนาพนักงานหรือการเพิ่มนะครับจำนวนนะครับสต็อกเพื่อให้พอเพียงต่อการตอบสนองการบริการให้กับลูกค้าเพื่อสร้างความพึงพอใจอย่างสูงสุดแล้วก็รวมถึงการเพิ่มหลักสูตรและพัฒนาหลักสูตรในการเทรนนะครับช่างให้มีความรู้ความเข้าใจและเป็น Expert หรือเป็น High Technition นะครับผ่าน Match Training Center ของเรานะครับ สำหรับ Recuring Income นะครับในเรื่องของ Revenue Finance facity เนี่ยเราได้มีการพูดถึงไปแล้วนะครับในเรื่องต่างๆ ตรงนี้สิ่งหนึ่งที่อยากจะสะท้อนแล้วก็ผ่านทางการเงินบอกออกมาก็คือในเรื่องของการบริการเหล่าๆ นี้เนี่ยจะสร้างความแข็งแกร่งนะครับในเรื่องของ Customer relationship นอกเหนือจากนั้นเองทางกลุ่มเองก็จะได้ เอ่อเรื่องของ Margin และ Revenue ที่ดีขึ้นนะครับผ่านโปรแกรม Vehicle ownership Program ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของรูปแบบรถเช่าเรื่องของประกันหรือรูปแบบในการบริการด้านอื่นๆ สิ่งเหล่านี้เนี่ยก็นอกเหนือจาก การดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องภายใต้ เอ่อโปรแกรมน่ะฮะ เอ่อ ownership Program ของเรานะครับก็จะทำให้เป็นผลสะท้อนของรายได้นะครับที่เติบโตขึ้นนะครับรวมถึงผลกำไรที่ดีขึ้นก็คือ Margin นะครับที่ดีขึ้นกับทางกลุ่ม MG Asia นะครับในส่วนของธุรกิจบริการหลังการขายแล้วก็ในเรื่องของ Financial Service เนี่ยในส่วนของ Aftersale Service เนี่ยเราได้มีการเติบโตขึ้นนะครับแต่ไม่ได้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะแต่ในอนาคตนะครับเมื่อรถยนต์ไฟฟ้าลงไปวิ่งสู่ถนนมากขึ้นนะครับสิ่งที่จะเป็นผลตามมาตามสถิติ นั่นคือในเรื่องของเอ่อศูนย์ซ่อมสีและตัวถังที่เราได้มีการเตรียมขยายซึ่งได้มีการเปิดไปก่อนหน้านี้ประมาณ 2 ที่นะครับเพื่อขยายรองรับนะครับทั้งในกรุงเทพ 1 ที่และต่างจังหวัดอีก 1 สาขาซึ่งชวนสิ่งต่างๆ เหล่านี้เนี่ยเพื่อตอบรับแล้วก็บริการกับลูกค้านะครับที่ให้ความไว้ วางใจกับกลุ่ม MG Asia แล้วก็รวมไปถึงการสร้างรายได้ที่เติบโตอย่างมั่นคงให้กับทาง MG Asia รวมถึงการร่วมพัฒนาโปรแกรมไม่ว่าจะเป็น Finance หรือประกันภัยนะครับเพื่อตอบสนองนะครับแล้วก็ให้ลูกค้าเข้าถึงนะครับในสินค้าของเราได้ง่ายขึ้นผ่านโปรแกรมทางการเงินและการสร้างความเชื่อมั่นกับการทำประกันภัยผ่าน House ด้วยเช่นกันนะครับโดยในขณะเดียวกันเนี่ยแผนที่เราทำคู่ขนานนะครับบริษัทก็ได้มีการทำโปรแกรมเชื่อมต่อภายใต้ Ecosystem นะครับด้วยการสร้าง เอ่อ Vehicle ownership Program ให้กับลูกค้านะครับไม่ว่าจะเป็นซื้อขายบริการ Finance Insuran รวมไปถึงบริการหลังการขายหรือ After Market นะครับซึ่งตรงนี้เนี่ยผ่านภายใต้ Ecosystem ของ MG Asia นะครับทำให้ผลประกอบการของไตรมาส 3 ของเรานั้นเติบโตขึ้นอีกในระดับหนึ่ง ซึ่งในไตรมาส 3 เราก็ได้มีการอินเทอร์ริมในเรื่องของ Dividend ปันผลอยู่ที่หุ้นละ 0.14 บาทต่อหุ้นนะครับซึ่งในช่วงไตรมาส 4 นะครับซึ่งเป็นช่วงของเทศกาล คนตัดสินใจเปลี่ยนรถนะครับรอบของการเปลี่ยนรถในของไตรมาส 4 รวมถึง เอ่อแรงซื้อนะครับแรงกระตุ้นนะครับจากทั้งผู้ขายก็จะทำให้ทางกลุ่มลูกค้านั้นตัดสินใจเลือกนะครับเอ่อการตัดสินใจในช่วงไตรมาส 4 ก็คือเดือนพฤศจิกายนหรือเดือนธันวาคมนี้ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายเนี่ยสูงสุดซึ่งในกลุ่มเองเราคาดการณ์ว่าเราจะมีผลนะฮะเติบโตของรายได้แล้วเติบโตขึ้นซึ่งก็จวบเหมาะกับมีคำถามถามเข้ามาในแนวโน้มไตรมาส 4 ปี 2568 เทียบกับ Q on Q จะเติบโตขึ้นไหมผมเรียนตรงว่าโตขึ้…