2025-11-27T16:25:05+00:00 oppday NEO บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) สรุป OPPDAY หุ้น NEO: ไตรมาส 3 ปี 2568 - โอกาสและความท้าทายในตลาดที่เปลี่ยนแปลง สรุป OPPDAY หุ้น NEO: ไตรมาส 3 ปี 2568 - โอกาสและความท้าทายในตลาดที่เปลี่ยนแปลง สวัสดีครับ/ค่ะ ยินดีต้อนรับสู่งาน SET Opportunity Day ของบริษัท NEO Corporate จำกัด (มหาชน) ประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2568 โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารในการให้ข้อมูลผลการดำเนินงานประจำไตรมาสนี้ ได้แก่ คุณสุทธิเดช ตระกูลศรี (CEO), คุณนิชมน ตระกูลศรี (Deputy CEO สาย Innovation), คุณพัชนก (CFO) และ คุณป๋อม (Director) 1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview): ไฮไลท์ประจำไตรมาสที่ 3/2568: มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ (NPD) และ Re-launch รวม 97 SKU รายได้รวม (Operation Revenue): 2,627 ล้านบาท รายได้จากผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน (Household): 1,194 ล้านบาท เติบโตจากการร่วมมือกับ วง BAS ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มของ NEO เติบโต 17% (Year-on-Year) กำลังการผลิต: 268,000 ตันต่อปี, อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate): 71% ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างโรงงานใหม่ (New Household Plant Phase 1): เสร็จสิ้น 35% Liquid Detergent Market: NEO เติบโตได้ดีกว่าตลาด โต 14.8% (Year-on-Year), Market Share เพิ่มขึ้นเกือบ 1% เป็น 29.3% สินค้าไฮไลท์: สูตร 3 in 1 ของ ไฟน์ไลน์ สะอาด หอม รีดง่าย เหมาะสำหรับคนเมืองที่มีเวลาน้อย บริษัทได้รับ 5 Awards ในไตรมาสนี้ ESG: การนำพลาสติกรีไซเคิลมาใช้ ลด Virgin Plastic ได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนและชุมชน เกินเป้าหมาย 23% จากเป้า 20% ภาพรวมตลาดที่ NEO แข่งขัน (ซักผ้า, ปรับผ้านุ่ม, อาบน้ำ) ในช่วง 9 เดือน ตลาดโตเพียง 3.6% ต่ำกว่าปกติที่ควรโต 7% ขึ้นไป แต่ NEO สามารถ Outperform ตลาดได้ โต 9.1% สัดส่วนรายได้: Household Product 44%, Personal Care 28%, Baby & Kids 28% ช่องทางขาย: Modern Trade 51%, Traditional Trade 32%, Other Channel (Online) 8%, Export 9% ผลการดำเนินงานไตรมาสนี้ ยอดขาย 2,627 ล้านบาท เติบโต 7.8% จากปีก่อน หรือ 1.7% จากไตรมาสก่อน จากการเติบโตของ Household สินค้า โต 16.5% (Year-on-Year) หรือ 3.3% (Q on Q) จากสินค้าแบรนด์ ไฟน์ไลน์ Personal Care: เติบโต 5.7% (Year-on-Year) หรือ 6% (Q on Q) จากผลิตภัณฑ์โคโลน, ครีมบำรุงผิวของแบรนด์ บีไนท์ Baby & Kids: ปรับตัวลดลง 2.7% จากปีก่อน ตลาดเด็กในประเทศชะลอตัว, ลดลง 5.1% จากไตรมาสก่อน Demand เด็กลดลงในลาว, ออเดอร์จากเวียดนามเลื่อนไปไตรมาส 4 ยอดขายในประเทศเติบโต 8.7% (Year-on-Year) หรือ 5.6% (Q on Q) แต่ยอดขายต่างประเทศลดลง Gross Profit: 973 ล้านบาท ลดลง 10.1% จากปีก่อน หรือ 2.7% จากไตรมาสก่อน จากวัตถุดิบราคาแพงขึ้น, Product Mix ที่ Household เติบโตมาก (Margin น้อยกว่ากลุ่มอื่น) S&A: 885 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 12.3% แต่คงที่จากไตรมาสก่อน จากกิจกรรมส่งเสริมการขาย Net Profit: 59 ล้านบาท ลดลง 74.5% จากปีก่อน หรือ 26.3% จากไตรมาสก่อน ผลการดำเนินงาน 9 เดือนสะสม ยอดขาย 7,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% จากปีก่อน จากสินค้า Household โต Double Digit 12.5% จากแบรนด์ ไฟน์ไลน์ Personal Care: โต 6.8% จากปีก่อน จากครีมอาบน้ำ, ครีมบำรุงผิวของ บีไนท์ Baby & Kids: ลดลง 5.4% ผลิตภัณฑ์ซักผ้าและล้างขวดนม ตลาดเด็กในประเทศชะลอตัว Demand ในลาวลดลง ยอดขายในประเทศยังโต 5.9% แต่ต่างประเทศเพิ่มขึ้นเล็กน้อย กำไรขั้นต้น 9 เดือน: 3,055 ล้านบาท ลดลง 9.8% จากปีก่อน ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น Gross Profit ลดลง 17.3%, ค่าเสื่อมราคาจากอาคาร Personal Care ทำให้ Gross Profit ลดลง 1.6% จากปีก่อน Gross Profit Margin: 39.2% ลดลงจาก 45.7% ในปีก่อน S&A: 2,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% จากปีก่อน กิจกรรมส่งเสริมการขายสูงขึ้น, Supply Chain ปรับเพิ่มขึ้นตามยอดขายและราคาน้ำมัน S&A to Sales: 32.4% คงที่เมื่อเทียบกับปีก่อน กำไรสุทธิ 9 เดือน ลดลง 48.6% จากปีก่อน เป็น 395 ล้านบาท, Net Profit Margin ที่ 5% Total Assets: เพิ่มขึ้น 4.9% จากปีก่อน ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และเงินจ่ายล่วงหน้าค่าก่อสร้างอาคาร หนี้สิน: เพิ่มขึ้น 9.2% เจ้าหนี้ค่าก่อสร้าง อาคาร Household เฟส 1, การเบิกเงินกู้ยืมโครงการขยายกำลังผลิต Personal Care Shareholder Equity: ลดลงเล็กน้อย จากการจ่ายปันผล 405 ล้านบาท เมื่อเดือนพฤษภาคม 2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities): แผน Launch สินค้าใหม่ (NPD) ไตรมาสหน้า: ประมาณ 60 SKU Product Highlight: ไฟน์ไลน์ 3 in 1 ซัก ปรับ รีดง่าย เป็น Product Innovation ของตลาด Target Group ของ ไฟน์ไลน์ กว้าง เน้นขายความสนุกสบาย คุ้มค่า มีหลาย Size (ซอง ถึง 1,780 ml) บีไนท์ Extra Bright Series: ต่อยอดความสำเร็จ Cream อาบน้ำ สู่ Body Serum เน้น Skin Benefit มากกว่าแค่ความหอม NEO เล็งเห็น Opportunity ในตลาด Body Moist (ปีที่แล้ว 12,000 ล้านบาท) เน้น Segment Adult มากขึ้น จากเดิมที่เน้น Baby (แบรนด์ ดีนี่) ขยับ Rank เป็น Rank ที่ 17 (ปีที่แล้ว Rank 30) ภาพรวม Body Moist ขึ้นมาเป็น Top 10 Product กลุ่มนี้ NEO มั่นใจว่าสินค้าคุณภาพดี GP ดี Marketing Campaign: ไฟน์ไลน์ นำวง BAS (T-POP อันดับ 1 ของไทย) เป็น Brand Ambassador ขยายฐาน Consumer สู่ Gen Z และสร้าง Brand Awareness ให้ Gen Alpha แคมเปญนี้ Launch ไป 2 เดือน Target 50% (จาก Target 6 เดือน) Online Activity: ทำอย่างต่อเนื่อง เป็นช่องทางที่ Growth ค่อนข้างมาก 3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges): กัมพูชา: สินค้าไทยถูกแบน สต็อกยัง Cover ได้อีกหลายเดือน Baby & Kids: ตลาดเด็กในประเทศชะลอตัว 4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation): กัมพูชา: ศึกษา Business Model ใหม่ ลาว: จัดงานพระธาตุประจำปี, แข่งเรือประจำปี, ปั้น Personal Care แบรนด์ เวียดนาม: จัดกิจกรรม School Tour, เปิด Shop ใหม่ใน TikTok Shop, นำเสนอแคมเปญพิเศษ Online Baby & Kids: ขยายผลิตภัณฑ์ mind and care ของผู้ใหญ่ เลื่อนแผนการก่อสร้าง Household เฟส 2 และ Warehouse รอแมท แพคแมท ออกไป 2-3 ปี (COD จาก Q2/2571 เป็น Q1/2573, Warehouse จาก Q2/2570 เป็น Q2/2572) เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน NEO ได้รับผลกระทบเชิงบวกจากโครงการ "คนละครึ่ง Plus" และ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายในไตรมาสที่ 4 โดยเฉพาะช่องทาง Traditional Trade และ Convenience Store 5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends): ปรับประมาณการเป้าหมายเฉลี่ยเติบโตระยะ 5 ปี เป็น Single Digit Source of Growth: สินค้าใน Segment ใหม่, ขยาย Port Premiumization (สินค้า Innovation), ขยายช่องทางขายในต่างประเทศ (ประเทศเดิมและใหม่), ขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าในประเทศ New Segment: Silver Age (นำโดย ดีนี่ Deluxe): เพิ่ม SKU (ทิชชู่เช็ดผิวผู้ใหญ่, ผลิตภัณฑ์อาบน้ำสีชมพู, แป้งทาผิว) Pet Parent Segment (นำโดย Lovely Tails): ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสำหรับสัตว์เลี้ยง แผนเปิดตัวสินค้า Category ใหม่ (Soft Launch) ผลงานวิจัยได้รับรางวัลจากสวิตเซอร์แลนด์ Premiumization: กลุ่ม Premium Mass โต 64% (Q3/2567 ถึง Q3/2568), สัดส่วนต่อยอดขาย 7%, ยอดขาย 9 เดือน โต 41% ความยั่งยืน: มุ่งมั่นด้าน ESG (Environment, Social, Governance) Environment: ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20% ภายในปี 2573, ลด Virgin Plastic 23% จากเป้า 20% Social: ได้รับรางวัล Zero Accident จากกรมแรงงาน Governance: CG Score ระดับ 4 ดาว 2568 Outlook: Launch Category ใหม่ๆ ใน 9 แบรนด์ที่มีอยู่ Aging Population และ Pet Parents เป็นตลาดใหญ่ ทำสินค้าดูแลสัตว์เลี้ยง Premium International Expansion: ติดต่อ ทูตพาณิชย์, Connection เดิม, มหาวิทยาลัย ตลาดแต่ละที่มีวิธีเข้าไม่เหมือนกัน Middle East: เข้าไปแล้ว แต่ยังไม่ขยาย ตอนนี้ขยายไปสู่ประเทศอื่นๆ แล้ว สินค้าไทยไปปู สินค้าโลก ไปจีน สินค้า NEO ไปมากประเทศมากขึ้น เศรษฐกิจโลกไม่ดี แต่ สินค้าหลายตัว Growth มากกว่า 10% Aim เป็น Single Digit ไปก่อน, High Single Digit ถึง Double Digit 6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): เริ่ม นาทีที่ 43:47 คำถาม: บริษัทมีแผนอย่างไรในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (S&A) ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น หากไม่มีมาตรการรับมือที่ชัดเจน อาจส่งผลให้อัตราการทำกำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญจนถึงขั้นขาดทุนได้หรือไม่? คำตอบ (CFO): การบริหารต้นทุน: หา Second Source, Fix ราคาล่วงหน้าเพื่อไม่ให้ราคาผันผวน การจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร: ควบคุม Fixed Cost ไม่ให้เติบโตมากกว่ายอดขาย แต่ยังคง Support ค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย Monitor อย่างต่อเนื่อง, ชะลอการลงทุนหากยอดไม่มา ไม่น่าจะถึงขั้นขาดทุน คำตอบ (คุณแพร): Reformulate Product, Test หลายๆ Source ของวัตถุดิบ เพื่อ Maintain Cost และ Product Quality ส่ง Consumer Test สูตรที่คุม Cost กับสูตร Standard เพื่อให้ Consumer Test บริหารจัดการได้ ไม่เปลี่ยนแปลงไป Cost ของวัตถุดิบ: ภาษีน้ำหอมที่กระทบอุตสาหกรรม FMCG (Excise Tax เพิ่ม 8.8%) บริหารจัดการได้ ทำให้ Cost ไม่ได้ขึ้นถึง 8.8% คำตอบ (คุณเอ): เครื่องจักรทันสมัยมากขึ้น ช่วยลด Downtime และลดต้นทุนได้ Innovation สำคัญ: Reformulation และ เครื่องไม้เครื่องมือ คำถาม: สัดส่วนรายได้จากกลุ่มแม่และเด็ก (Baby & Kids) ปรับลดลงจาก 28% เหลือ 26% ในช่วงล่าสุด สาเหตุหลักเกิดจากการแข่งขันในตลาดที่เข้มข้นขึ้น หรือมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว? คำตอบ (คุณแพร): Birth Rate ตก: กระทบ Market Overall ในกลุ่ม Baby & Kids, กระทบมากที่สุดคือ Household (น้ำยาซักผ้าเด็ก) ตลาดตก ดีนี่เป็น Market Leader ก็ตกเช่นกัน เศรษฐกิจไม่ดี: คน Less Out จาก Product กลุ่มนี้ ไปซื้อ Product ผู้ใหญ่ (Sensitive Skins) ขยาย Product mind and care ของผู้ใหญ่ (ไฟน์ไลน์), Gain จากผู้บริโภคที่ Shift มาจากของเด็ก มาสู่ของผุ้ใหญ่ Market Share ใน Liquid Detergent ของ NEO โตขึ้น, Close Gap กับเบอร์ 1 มากขึ้น (ตอนนี้เป็นที่ 2) คำถาม: บริษัทเคยผ่านช่วงเวลาที่มีการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรงในลักษณะเดียวกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่? หากเคย ปัจจัยใดที่ช่วยให้ภาวะการตัดราคาเริ่มผ่อนคลายลง? คำตอบ (คุณเอ): เคยเจอมาหลายครั้งแล้ว ครั้งที่แย่สุดคือช่วงต้มยำกุ้ง ค่าเงินบาทเปลี่ยน ดูแลต้นทุนลำบาก Consumer เลือกสินค้าเบอร์ 1, 2, 3 ในตลาด สินค้าตัวเล็กๆ หรือ แบรนด์ที่ไม่ค่อยรู้จักจะไม่ซื้อ เพราะไม่แน่ใจคุณภาพ บริษัทที่ทำการตลาดจริงจัง และมี Brand ที่ดีน่าเชื่อถือ จะได้อานิสงส์ ไฟน์ไลน์ ซักผ้า อันดับ 1, ซักผ้า Overall อันดับ 2, ดีนี่ อันดับ 1 ปรับผ้านุ่มดีขึ้น อาบน้ำ Close Gap กับเบอร์ 1 (NEO เป็นเบอร์ 2) คำถาม: บริษัทมองว่ากลยุทธ์ Innovation-Led Premiumization ยังคงเหมาะสมและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวได้หรือไม่ ในบริบทปัจจุบันที่มีข้อจำกัดในการปรับขึ้นราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุน? คำตอบ (คุณเอ): Innovation-Led Premiumization ยังเหมาะสม, Consumer แบ่งเงินในกระเป๋า, ถ้า Personal Care ราคาแพงขึ้น มีประสิทธิภาพดีขึ้น ดูแลตัวเองได้มากขึ้น ก็ยอมลงทุน ทำ Innovation มานานมากแล้ว, เรียนรู้มาแล้วว่าขายได้, โตขึ้น ดีนี่ Deluxe โตเกินเป้าที่วางไว้ และโตเร็วมาก คำถาม: ใน Q3/2568 รายได้เติบโตแต่กำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุหลักมาจากอะไร และบริษัทมีแผนบริหารจัดการต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร? คำตอบ (CFO): ราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้น ไม่สามารถทดเชยกับ Volume และราคาได้ บริหารจัดการ: Sourcing, Fix ราคาล่วงหน้า, Formulation R&D ศึกษา เพื่อพัฒนาให้ต้นทุนแข่งขันได้ ควบคุมค่าใช้จ่าย Fix ไม่ให้เติบโตตามยอดขาย, Push ให้เกิดยอดขายที่เติบโตขึ้น, ผลักดันให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดได้ โดยสรุป, NEO Corporate ยังคงมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่, การขยายตลาดต่างประเทศ, และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอกต่างๆ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมองเห็นโอกาสในการเติบโตในระยะยาวและพร้อมที่จะปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป