Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
oppday VGI บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน)

VGI เผยกลยุทธ์ธุรกิจปี 2568: โฟกัส Synergy และโอกาสใหม่เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

VGI เผยกลยุทธ์ธุรกิจปี 2568: โฟกัส Synergy และโอกาสใหม่เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน สวัสดีครับ ท่านนักลงทุนทุกท่าน ยินดีต้อนรับเข้าสู่การประชุม Opportunity Day ของบริษัท VGI จำกัด มหาชน เพื่อรับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2 ของปี 2568 และแนวโน้มทิศทางการประกอบธุรกิจ สำหรับหัวข้อการนำเสนอในวันนี้ ประกอบด้วย: เหตุการณ์ที่สำคัญ พัฒนาการของธุรกิจที่ผ่านมา สรุปผลการดำเนินงาน รางวัลและความยั่งยืน ทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2568 ช่วงถามตอบ งั้นผมขออนุญาตเริ่มในส่วนของเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2568 ก่อนนะครับ โดยมีประเด็นสำคัญหลักๆ อยู่ 2 เรื่องครับ เรื่องแรก ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 VGI ได้เพิ่มการลงทุนในบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ผ่านการทำ Private Placement และได้แต่งตั้งผู้แทนของบริษัท เข้าเป็นกรรมการของแพลน บี จากเหตุการณ์นี้ ส่งผลให้บริษัทฯ สถานะการลงทุนในแพลน บี มาเป็นบริษัทร่วม ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเสริมความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง VGI และแพลน บี ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ถัดมา ในวันที่ 3 กันยายน 2568 มีการใช้สิทธิ์แปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ์ VGI-W4 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,096 ล้านหน่วย คิดเป็นประมาณ 98% ของจำนวนวอแรนต์ที่ออกทั้งหมด การใช้สิทธิ์ดังกล่าว ทำให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 20,000 ล้านหุ้น เป็น 21,000 ล้านหุ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับเงินสดจากการใช้สิทธิ์ดังกล่าว เป็นจำนวน 1,640 ล้านบาท และ ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 VGI มีเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงสินทรัพย์ทางการเงินระยะสั้น รวมอยู่ที่ประมาณ 21,400 ล้านบาท เหตุการณ์นี้ ช่วยเสริมสภาพคล่องของบริษัทให้แข็งแรงมากขึ้น รองรับการลงทุน และแผนการเติบโตในอนาคต ลำดับถัดมา จะเป็นในส่วนของพัฒนาการทางธุรกิจในไตรมาสที่ผ่านมานะครับ สำหรับธุรกิจสื่อโฆษณา VGI ได้เปิดตัวแพ็กเกจโฆษณาใหม่ ที่ผสานสื่อโฆษณาภายในสถานีรถไฟฟ้า บนขบวนรถไฟฟ้า และอาคารสำนักงานของ VGI รวมเข้ากับสื่อนอกบ้านของทางแพลน บี เพื่อเพิ่มความหลากหลาย และตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น โดยมีแพ็กเกจสำคัญ 2 แพ็กเกจ ประกอบด้วย: Bangkok on the Move: เป็นแพ็กเกจโฆษณา ที่มุ่งเน้นเจาะกลุ่มผู้บริโภค ที่อยู่ระหว่างการเดินทางในเขตเมือง โดยแพ็กเกจนี้ จะประกอบไปด้วยสื่อ 2 รูปแบบ ได้แก่ จอ LCD ในรถไฟฟ้า และสื่อโฆษณา Bangkok Jam ของแพลน บี ซึ่งสื่อทั้งสองประเภทนี้ สามารถเข้าถึงผู้บริโภค ได้ทั้งผู้ที่กำลังเดินทางด้วยรถไฟฟ้า และรถยนต์บนท้องถนน Bangkok Live: เป็นแพ็กเกจโฆษณา ที่มุ่งเน้นเจาะกลุ่มพนักงานออฟฟิศ และผู้บริโภคตามจุดที่มีการใช้ชีวิตประจำวัน แพ็กเกจนี้ ประกอบไปด้วยสื่อ 2 รูปแบบ ได้แก่ หน้าจอโฆษณาในอาคารสำนักงาน และสื่อโฆษณาในร้านค้าเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งสามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างหลากหลาย สำหรับธุรกิจบริการด้านดิจิทัล R-CARE ได้มีการเปิดตัวคอลเล็กชั่นบัตรรุ่นพิเศษ เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภค ที่ชื่นชอบดีไซน์เฉพาะตัว และการสะสม เริ่มจากคอลเล็กชั่นรุ่น Butter Bear หรือน้องหมีเนย ที่เปิดจำหน่ายตั้งแต่ 13 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2568 ขายในราคาใบละ 249 บาท ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี โดยมียอดจำหน่ายกว่า 35,000 ใบ ภายใน 14 วันแรก ต่อเนื่องด้วยคอลเล็กชั่น Harry Potter ที่เปิดจำหน่ายในช่วงวันที่ 1 สิงหาคม ถึง 31 ตุลาคม 2568 โดยขายในราคาใบละ 199 บาท ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยมียอดจำหน่ายกว่า 30,000 ใบ ภายในระยะเวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น กระแสตอบรับที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการออกแบบสินค้า ให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค ส่งผลให้นับสิ้นไตรมาสนี้ มีบัตร Rabbit ใช้งานอยู่ทั้งสิ้น 20.4 ล้านใบครับ Rabbit Care มีพัฒนาการสำคัญใน 3 ด้าน ประกอบด้วย: การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล: R-CARE เดินหน้าพัฒนา Rabbit Care แอปพลิเคชัน ทั้งในระบบ iOS และ Android อย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้าสามารถจัดการกรมธรรม์ ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง และเข้าถึงข้อมูลสำคัญ ได้สะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น การพัฒนาเหล่านี้ ช่วยยกระดับบทบาทของ R-CARE สู่การเป็น Digital Insurance Assistant และเสริมประสบการณ์หลังการขายให้ดีมากยิ่งขึ้น การขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ ไปสู่ประกันภัยในกลุ่มของ Health Insurance มากขึ้น ทั้งประกันสุขภาพ ประกันที่อยู่อาศัย และประกันชีวิต โดยร่วมมือกับบริษัทประกันภัยชั้นนำหลายราย เพื่อนำเสนอตัวเลือกให้กับลูกค้าที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น การขยายผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้ ช่วยตอกย้ำบทบาทของ R-CARE ในฐานะนายหน้าประกันภัยดิจิทัล ที่มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และยืดหยุ่นสูง รองรับความต้องการของลูกค้าในหลากหลายกลุ่มมากขึ้น R-CARE ยังได้เปิดสาขาใหม่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 15 ตุลาคม 2568 โดยบริษัทฯ ได้เปิดสาขาที่ Chiangmai Airport Business Park เพื่อรองรับการขยายทีมในส่วนของ Tele Sale และงานปฏิบัติการ โดยสาขานี้ สามารถรองรับพนักงานได้มากกว่า 140 คน และจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติงานหลักในภาคเหนือ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า กระจายภาระงานให้มีความเหมาะสมมากขึ้น และช่วยบริหารต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทฯ สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้ R-CARE สามารถขายกรมธรรม์รวมได้มากกว่า 47,000 กรมธรรม์ แบ่งเป็นสัดส่วนของประกันภัยรถยนต์ 69% และประกันภัยอื่นๆ 31% Rabbit Cash มีพัฒนาการสำคัญ 2 ด้าน ในส่วนของสินเชื่อสวัสดิการพนักงาน R-Cash ยังคงให้บริการร่วมกับพันธมิตร กว่า 300 องค์กร ครอบคลุมพนักงานมากกว่า 100,000 คน โดยมุ่งเป็นทางเลือกด้านเงินฉุกเฉินที่เข้าถึงง่าย และมีการสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง โครงการนี้ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ ในการส่งเสริมสวัสดิภาพทางการเงิน ให้กับพนักงานในองค์กร และช่วยสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของภาคธุรกิจ สำหรับสินเชื่อ Nano Finance R-Cash ยังคงดำเนินโครงการ Virtual Capital Wallet และ Good Payment รักษาเครดิตพิชิตโบนัสอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของผลิตภัณฑ์นี้ ทั้งสองโครงการดังกล่าว ช่วยในเรื่องของการเข้าถึงเงินทุน และสร้างวินัยการชำระหนี้ ให้กับลูกค้าลายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ NPL ของสินเชื่อ Nano Loan ลดลงมาอยู่ที่ 4.3% จาก 6.3% ในปีก่อนหน้า ในส่วนของภาพรวมสินเชื่อประจำไตรมาส 2 ปี 2568 R-Cash มียอดสินเชื่อรวม 1,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% Year on Year และ 10% Q on Q โดยพอร์ตสินเชื่อ จะประกอบไปด้วยสัดส่วนของ Nano Finance 65% และจะเป็นในส่วนของ Welfare Loan 35% สำหรับธุรกิจการจัดจำหน่าย Turtle มีการเปิดให้บริการร้าน Turtle เป็นจำนวนทั้งสิ้น 28 สาขา เพิ่มขึ้นจาก 26 สาขาในปีก่อน โดยแบ่งเป็นสาขาบนรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว จำนวน 22 สาขา บนรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง เป็นจำนวน 3 สาขา และสาขาบริเวณนอกรถไฟฟ้า อีก 3 สาขา และมียอดขายจากสาขาเดิมลดลง 9.7% Year on Year เนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ในส่วนของธุรกิจ Leasing อัตราการเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 62.4% เพิ่มขึ้นจาก 61.6% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสำหรับ Business Update ของ Turtle ในไตรมาสล่าสุด ยังคงเดินหน้าโครงการที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Turtle Club Plus ซึ่งเป็นโปรแกรมสมาชิกสำหรับลูกค้าที่มีการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง มีการเปิดสาขา Super Rich Turtle ใหม่ที่สถานี BTS อโศก และยังได้มีการให้บริการ Charge Spot ตู้เช่า Power Bank แบบ On the Go รวมทั้งยังมีการดำเนินกิจกรรมในส่วนของความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดเหล่านี้ ช่วยเสริมประสบการณ์ให้กับลูกค้า และสร้าง Traffic ให้กับร้านสาขาของ Turtle ได้เป็นอย่างดี สำหรับ Fanlink มีการใช้กลยุทธ์หลัก คือ การเน้นสินค้าทั้งสองประเภท ทั้งสินค้า Own Brand และ Other Brand โดยสินค้า Own Brand ที่สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง Pando และผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า Easy Home ในส่วนของสินค้าแบรนด์อื่น ที่มีอัตรากำไรสูง ยกตัวอย่างเช่น Life Space ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และ Amazfit นาฬิกาอัจฉริยะ กลยุทธ์ในการมุ่งเน้นสินค้าทั้งสองกลุ่มนี้ ช่วยเสริมสร้างความหลากหลาย และขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับสินค้าในกลุ่ม Own Brand เอง Pando ได้เดินหน้ากลยุทธ์การตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิด Pando Pop-up Store บน BTS ศาลาแดง มีการร่วมงานแสดงสินค้าและกิจกรรมสัตว์เลี้ยงในหลากหลายพื้นที่ รวมทั้งการจัด Workshop ให้ความรู้ด้านการดูแลสัตว์เลี้ยง โดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และยังมีการทำแคมเปญร่วมกับ KOL ด้านสัตว์เลี้ยง ซึ่งทั้งหมดนี้ ช่วยให้ Pando ติดอันดับ Top 5 แบรนด์ขายดีในหมวด Pet Care บนแพลตฟอร์ม Shopee ในช่วงกิจกรรม 9 เดือน 9 และ 10 เดือน 10 สำหรับสินค้ากลุ่ม Other Brand เอง Amazfit ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ T-Rex T-Pro และ Helio Strap พร้อมทำแคมเปญการตลาดแบบบูรณาการ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ ส่งผลให้ Amazfit ขึ้นอันดับ Top T สินค้าขายดี ในหมวด Variable Band บน Shopee ในแคมเปญ 9 เดือน 9 และ 10 เดือน 10 เช่นเดียวกัน เป็นการตอกย้ำความนิยมของแบรนด์ในกลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ จากกลยุทธ์และกิจกรรมการตลาดดังกล่าว ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของ Fanlink ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 35% จาก 19% ในปีที่แล้ว นอกจากนี้ ยังได้มีการเปิดตัวโครงการใหม่ Snack Maker Project ซึ่งเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Content Creator ที่มีชื่อเสียง เพื่อขยายธุรกิจ และคาดว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสใหม่ในเชิงพอร์ตสินค้า รวมถึงยังมีการขยายการเติบโตของธุรกิจในอนาคตด้วย ผลการดำเนินงานของ VGI ในไตรมาส 2 ปี 2568: รายได้จากการให้บริการและการขาย: 1,123 ล้านบาท ลดลง 16% กำไรขั้นต้น: 380 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 34% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 31% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากอัตรากำไรของธุรกิจโฆษณา รวมถึง R-Cash และ Fanlink ที่ดีขึ้น รายได้อื่น: 114 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96% สาเหตุหลักมาจากดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: 550 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายการตลาดของกลุ่ม Rabbit และค่าบริหารการขายสื่อโฆษณา ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้เท่ากับ 49% เพิ่มขึ้นจาก 39% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วม: 110 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71% สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากแพลน บี ซึ่งได้เปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทร่วมในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก JMART กำไรสุทธิ: 79 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 7% รายได้แยกตามรายธุรกิจ: ธุรกิจสื่อโฆษณา: 492 ล้านบาท คิดเป็น 44% ของรายได้รวม ลดลง 19% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้สื่อโฆษณาประเภท Street Furniture หรือสื่อบริเวณตอม่อสถานีรถไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม รายได้ไม่รวม Street Furniture ยังคงปรับตัวดีขึ้น 8% และมีอัตราการใช้สื่อไม่รวม Street Furniture อยู่ที่ 49% เพิ่มขึ้นจาก 45% Q on Q และ 47% Y on Y ธุรกิจบริการด้านดิจิทัล: 364 ล้านบาท คิดเป็น 32% ของรายได้รวม ลดลง 12% สาเหตุหลักมาจาก Rabbit Care มีรายได้ค่าคอมมิชชั่นจากการขายประกันภัย รวมถึงรายได้ Lead Generation ที่ลดลง และรายได้จากการพัฒนาระบบ IT ที่ลดลง อย่างไรก็ดี Rabbit Cash มีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตามการปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น ธุรกิจจัดจำหน่าย: 267 ล้านบาท คิดเป็น 24% ของรายได้รวม ลดลง 17% สาเหตุหลักมาจากรายได้ของ Fanlink ลดลงจากการลดการขายผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรต่ำ และมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ Own Brand และ Other Brand ที่มีอัตรากำไรสูงกว่า ส่งผลให้ Fanlink มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 35% เมื่อเทียบกับ 19% ในปีก่อน และ Turtle มีรายได้จากธุรกิจสิ่งพิมพ์และหนังสือลดลง ฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568: สินทรัพย์รวม: 41,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% โดยแบ่งเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนรวม 24,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็นผลมาจากเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับที่ครบกำหนดใน 1 ปี เพิ่มขึ้น 133 ล้านบาท อย่างไรก็ดี เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เงินฝากธนาคารที่มีข้อจำกัดการใช้ และสินทรัพย์ทางการเงินระยะสั้นลดลง 63 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนรวม: 16,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,070 ล้านบาท เป็นผลมาจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม การร่วมค้า และสินทรัพย์ทางการเงินระยะยาว เพิ่มขึ้นกว่า 1,900 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนและเปลี่ยนสถานะของเงินลงทุนในแพลน บี สินทรัพย์สิทธิการใช้เพิ่มขึ้น 377 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม มีการลดลงของสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอกันตัดบัญชี 232 ล้านบาท หนี้สินรวม ณ วันที่ 30 กันยายน 2568: 3,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินตามสัญญาเช่า 376 ล้านบาท เงินกู้ยืมระยะสั้น 100 ล้านบาท เป็นเงินกู้ยืมเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่ม Rabbit และค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 68 ล้านบาท อย่างไรก็ดี มีการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น 59 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม ณ วันที่ 30 กันยายน 2568: 38,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของทุนจดทะเบียนที่ออกจำหน่ายและชำระแล้ว และส่วนเกินมูลค่าหุ้นกว่า 1,600 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนผ่านการใช้สิทธิ์ของ VGI-W4 และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทสำหรับงวด 6 เดือน 123 ล้านบาท อย่างไรก็ดี มีการจ่ายเงินปันผล 260 ล้านบาท ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กระแสเงินสดและ CapEx ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 บริษัทฯ มีเงินสดราว 15,000 ล้านบาท ในงวด 6 เดือน บริษัทฯ มีเงินสดได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 23 ล้านบาท เงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนกว่า 5,900 ล้านบาท เป็นผลมาจากการซื้อเงินลงทุนในตราสารทางการเงินและตราสารอนุพันธ์สุทธิกว่า 5,100 ล้านบาท การเพิ่มทุนในแพลน บี 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดี บริษัทฯ มีดอกเบี้ยรับ 203 ล้านบาท และเงินปันผลรับ 14 ล้านบาท สำหรับเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน คิดเป็นจำนวนประมาณ 1,400 ล้านบาท ส่งผลให้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 บริษัทฯ มีเงินสดกว่า 11,000 ล้านบาท สำหรับ CapEx งวด 6 เดือน ใช้ไป 187 ล้านบาท มีการปรับเป้าหมาย CapEx ทั้งปีลงมาอยู่ที่ 500 ล้านบาท VGI ยังคงได้รับการยอมรับในด้านธรรมาภิบาลและความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง: ได้รับการประเมิน Corporate Governance ในระดับ Excellent ติดต่อกันเป็นปีที…