2026-08-31T23:56:56+00:00 oppday LALIN บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) LALIN: ผลประกอบการ Q2/2569 ของ LALIN สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อตลาดที่ผ่านจุดต่ำสุด พร้อมชูจุดเด่นด้านวินัยทางการเงินและความสามารถในการรักษากำไรท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรม LALIN: ผลประกอบการ Q2/2569 ของ LALIN สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อตลาดที่ผ่านจุดต่ำสุด พร้อมชูจุดเด่นด้านวินัยทางการเงินและความสามารถในการรักษากำไรท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรม 1. Highlights บริษัท LALIN ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และกำลังย่างเข้าสู่ปีที่ 40 โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายระดับ Medium-low ถึง Medium-high ผ่านหลากหลายแบรนด์ เช่น Lalin Green Ville, บ้านลลิล, ไลโอ, และแลนซีโอ [พูด] ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการประมาณ 75 โครงการ โดยแบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 56 โครงการ และในต่างจังหวัด 19 โครงการ เช่น ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา สมุทรสาคร และราชบุรี [พูด] ผู้บริหารแสดงความมั่นใจว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว (Bottom Out) ส่งผลให้ยอดขายและรายได้ในไตรมาส 2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้จะย่อตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน [พูด] บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) และอัตรากำไรสุทธิอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม [พูด] LALIN มีจุดเด่นด้านวินัยทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยไม่มีนโยบายปรับลดราคาหรือทำ Price War เพื่อรักษาคุณภาพของแบรนด์และความรู้สึกของลูกค้าเดิมที่เคยซื้อบ้าน [พูด] อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำที่ 0.83 และ Net D/E อยู่ที่ 0.64 ซึ่งบริษัทระบุว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมและไม่มีภาระความจำเป็นต้องเร่งออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพื่อรีไฟแนนซ์ [พูด] คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.41 บาทต่อหุ้น โดยมีกำหนดจ่ายในวันที่ 11 กันยายน [พูด] อารมณ์และการนำเสนอของผู้บริหารมีความมั่นใจและผ่อนคลาย โดยเน้นย้ำถึงความระมัดระวังในการเปิดโครงการใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพตลาด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการสะสมสินค้าคงเหลือ [พูด] 2. Hero Story บริษัทเน้นย้ำถึง "วินัยทางการเงินและจุดยืนที่ไม่ลดราคาเพื่อระบายสต็อก" ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่รักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GP) ให้อยู่ในระดับสูง (38.1% ใน Q2/2569) แม้ภาพรวมตลาดอสังหาฯ จะแข่งขันสูง ผู้บริหารชี้ว่าบริษัทมีฐานลูกค้าประจำและไม่เคยมีประวัติผิดนัดชำระหนี้หรือต้องปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินตลอด 40 ปีที่ผ่านมา รวมถึงความสามารถในการชำระคืนหุ้นกู้และเงินกู้ไปแล้วกว่า 5,000 ล้านบาทโดยไม่ต้องออกหุ้นกู้ใหม่ ทำให้บริษัทมีความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องและไม่ต้องพึ่งพาการตัดราคาที่ทำลายมูลค่าแบรนด์ [พูด] 3. Outlook แผนการเปิดโครงการใหม่ในปี 2569: บริษัทปรับลดเป้าหมายจากเดิมที่วางไว้ 4-6 โครงการ เหลือการเปิดโครงการใหม่รวม 4 โครงการในปีนี้ เนื่องจากต้องการรอดูสถานการณ์ตลาดอย่างระมัดระวัง โดยในช่วง 8 เดือนแรกได้เปิดไปแล้ว 1 โครงการ คือ ไลโอ พัทยากลาง (2) มูลค่า 500 ล้านบาท [พูด] แผนการเปิดโครงการในครึ่งปีหลัง 2569: คาดว่าจะเปิดเพิ่มอีกประมาณ 3 โครงการในช่วงปลาย Q3 ถึง Q4 มูลค่ารวมใกล้เคียง 3,000 ล้านบาท [พูด] เป้าหมายยอดรับรู้รายได้ (Revenue Target): คาดว่ายอดรับรู้รายได้รวมทั้งปีจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา หรืออยู่ราวๆ 3,000 ล้านบาท หลังจากหักการ cancellation แล้ว [พูด] เป้าหมายยอดขาย (Presales Target): คาดว่าจะอยู่ราวๆ 3,000 - 3,500 ล้านบาท [พูด] 4. ความเสี่ยง ความผันผวนของกำลังซื้อในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับ Medium-low ถึง Medium-high ที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าคาด [พูด] ต้นทุนการพัฒนาโครงการและราคาที่ดินที่อาจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการราคาขายได้อย่างเหมาะสม [พูด] ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ (Loan Approval) ของสถาบันการเงินที่ยังคงระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อให้แก่ผู้ซื้อบ้าน [พูด] 5. Q&A Highlights คำถาม (27:44): "แผนเปิดโครงการใหม่ปีนี้จะมีการปรับลดจากแผนเดิมหรือไม่ และปัจจุบันวางไว้กี่โครงการ มูลค่าเท่าไหร่?" คำตอบ: "บริษัทปรับเป้าเปิดโครงการใหม่ปีนี้เหลือประมาณ 4 โครงการ (จากเดิม 4-6 โครงการ) โดยเปิดไปแล้ว 1 โครงการ (ไลโอ พัทยา กลาง 2 มูลค่า 500 ล้านบาท) และที่เหลืออีก 3 โครงการคาดว่าจะทยอยเปิดในช่วงปลาย Q3 ถึง Q4 มูลค่ารวมประมาณ 3,000 ล้านบาท" [พูด] คำถาม (37:02): "GP อยู่ที่ 38% ถือเป็นระดับต้นๆ ของอุตสาหกรรม อยากทราบความมั่นใจว่ารายได้ที่เร่งขึ้นจะช่วยรักษาระดับ GP นี้ได้หรือไม่?" คำตอบ: "บริษัทมีความมั่นใจค่อนข้างมากในการรักษา Gross Profit Margin ให้อยู่ในระดับดังกล่าว เนื่องจากต้นทุนหลัก (ที่ดินและค่าก่อสร้าง) เป็นต้นทุนเดิมที่มีราคาต่ำ และไม่มีนโยบายทำ Price War หรือลดราคาขายเพื่อระบายสต็อก" [พูด] คำถาม (37:16): "เป้าโอนและเป้ายอดขายปีนี้มองไว้ยังไง?" คำตอบ: "เป้าโอนในปีนี้มองไว้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่ราว 3,000 ล้านบาท ส่วนยอดขายหลังหัก cancellation คาดว่าจะอยู่ราวๆ 3,000 - 3,500 ล้านบาท" [พูด]