2025-11-27T04:20:30+00:00 oppday BEYOND บริษัท เบาด์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) BEYOND เผยกลยุทธ์ปี 2568: โฟกัสการเติบโต, รักษาผู้นำ, และเพิ่มประสิทธิภาพ BEYOND เผยกลยุทธ์ปี 2568: โฟกัสการเติบโต, รักษาผู้นำ, และเพิ่มประสิทธิภาพ สวัสดีนักลงทุนทุกท่าน บาบียอนจำกัดมหาชน กลับมาอัปเดตผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 พร้อมผู้บริหาร คุณกมลวรรณ วิปุลาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ Agenda วันนี้ อัปเดตภาพธุรกิจในรอบไตรมาสที่ผ่านมา Performance ในรอบ Q3 Outlook กับ Business Strategy 1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview): แนวโน้มไตรมาส 4 มีการฟื้นตัวที่ดีขึ้นมาก โรงแรมใน Portfolio มี 2 แห่งคือ Four Seasons ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และ Capella กรุงเทพฯ ไฮไลท์ล่าสุดคือการประกาศรางวัลโรงแรมที่ดีที่สุดในโลก Top 3 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จาก The World's 50 Best Hotels โดย Four Seasons กรุงเทพฯ ติดอันดับ 2 และ Capella กรุงเทพฯ ติดอันดับ 3 ความสำเร็จระดับโลกสะท้อนความสามารถในการลงทุน วัดผลจากผลประกอบการและการยอมรับในเวทีต่างๆ สิ่งนี้สร้างความมั่นใจว่าบริษัทมาถูกทางแล้ว รางวัลทั้งโรงแรมและร้านอาหารจะทำให้บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาต่อไป ลูกค้าจะ selective มากขึ้นในเศรษฐกิจที่ท้าทาย จึงต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด รางวัลเหล่านี้ช่วยในการตัดสินใจของลูกค้า ให้ความสำคัญกับบรรษัทภิบาล, การควบคุมภายใน, การดำเนินงานโปร่งใส ปีนี้ยังได้รับรางวัลการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน ปี 2568 ในระดับดีเยี่ยม 5 ดาว ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 และได้คะแนนเต็ม 100 ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน และยังคง Certify องค์กรแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชั่นของประเทศไทย สิ่งนี้สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ลงทุนในการบริหารงานที่โปร่งใสและเท่าเทียม ผลประกอบการไตรมาส 3 ในภาพรวมอุตสาหกรรมมีความท้าทายมาก มีผลกระทบจากปัจจัยภายในประเทศและภายนอกประเทศ เรื่องความกังวลเศรษฐกิจชะลอตัวและสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไทยหลังเดือนมกราคมมีการชะลอตัว ในช่วง 10 เดือนแรกมีนักท่องเที่ยวเกือบ 27 ล้านคน ซึ่งต่ำกว่าเป้าที่คาดไว้ ก่อน Covid-19 ปี 2562 แตะเกือบ 40 ล้านคน หลังจากหลุดจากสถานการณ์ Covid-19 การคาดการณ์ก็คิดว่ามันจะมีการฟื้นตัวต่อเนื่องไป แต่มาเจอการชะลอตัวในปีนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวไม่ได้ลดลงในทุก Source Market โดยจีนลดลงมากจากปัจจัยภายในภายนอกและของประเทศจีนเอง มาเลเซียแม้ลดลงแต่จำนวนยังสูง อินเดียมีพัฒนาการที่ดีมาก โรงแรมเองก็ได้รับนักท่องเที่ยวจากอินเดีย สะท้อนเป้าหมายไทยที่ต้องการมุ่งเน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง โรงแรม Ultra Luxury สะท้อนความมีคุณภาพในการใช้จ่ายและเลือกประสบการณ์ในประเทศไทย รัสเซียส่วนใหญ่อยู่ภูเก็ต ยุโรปและอเมริกาอยู่ที่กรุงเทพฯ ตลาดหลักคืออเมริกา มีการเติบโตและตัวเลขล่าสุดเปรียบเทียบกับปี 2562 น่าจะทะลุไปแล้ว ยอดขายของโรงแรมแม้การฟื้นตัวอาจชะลอตัวในไตรมาส 3 แต่ก็ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 2 สัดส่วนลดลงจากปีก่อนเล็กน้อยที่ 6% แต่โตจากไตรมาส 2 ประมาณ 4% โดยสัดส่วนรายได้แบ่งเป็นห้องพัก 48%, ร้านอาหาร 45%, รายได้อื่นๆ 7% โดยทั่วไปสัดส่วนจะประมาณนี้ ในไตรมาส 3 รายได้ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปีก่อน สะท้อนภาพอุตสาหกรรม แต่บริษัทพยายามทำการตลาดเพื่อคงความเป็นผู้นำ ตั้งแต่ต้นปี โรงแรม Ultra Luxury ยังคงเป็น RevPAR อันดับ 1 และอยู่ใน Top 3 มาโดยตลอด ยอดขายโรงแรมลดลง 6% จากปีก่อน EBITDA ลดลงมาอยู่ที่ 80 ล้าน แต่สิ่งที่ชัดเจนคือความมุ่งมั่นในการจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลงมาโดยตลอด ในไตรมาส 3 ลดลงจากปีก่อนถึง 13% ไตรมาส 3 ยังมีผลขาดทุน แต่มีการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มข้นและยังดำเนินต่อไป แม้ไตรมาส 4 จะดีขึ้นมาก แต่การควบคุมต้นทุนยังดำเนินต่อไปเพื่อผลักดัน Efficiency และความสามารถในการทำกำไร หลายมาตรการที่ทำไปเริ่มทยอยเห็นมาตั้งแต่ไตรมาส 3 และคงชัดเจนยิ่งขึ้นในไตรมาส 4 ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ทำรายได้รวม 2,230 ล้าน เป็นรายได้จากโรงแรม 2,220 ล้าน ลดลงจากปีก่อน 8% สถานะทางการเงินมีการปรับปรุงดีขึ้นทุกไตรมาส ยังมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง Net Interest Bearing Debt to Equity ยังลดลงอยู่ที่ 0.83 เท่า ลดลงจากงวดปีก่อน Total Liabilities to Equity Ratio ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 1.05 เท่า ซึ่งต่ำกว่าในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน สาเหตุที่ Current Portion เพิ่มสูงขึ้นจาก 2,000 ล้านเป็น 3,400 ล้าน คือการจัดตัวหนี้ ในพอร์ตของโรงแรมมีหนี้ระยะยาว 5,000 ล้าน ลดลงมาเหลือ 4,000 กว่าล้าน 3,000 ล้านเป็นหนี้กับสถาบันการเงิน จัดเป็นหนี้ระยะยาว มีระยะเวลาคืนเงินต้น 10-12 ปี สอดคล้องกับการลงทุนของโรงแรมที่เป็นการลงทุนระยะยาว มีหนี้ส่วนหนึ่งที่รับมาตอนซื้อโรงแรม จะครบกำหนดในเดือนสิงหาคมปีหน้า แต่ได้ Take Action ไปแล้วตั้งแต่ปีก่อนด้วยการคุยกับทางสถาบันการเงินในการที่จะ Refinance หนี้ส่วนนี้ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในเรื่องของ Refinancing Risk ล่วงหน้า ในปีนี้ได้รับวงเงินจากสถาบันการเงินมาแล้ว 1,000 ล้าน Refinance ไปในเดือนตุลาคม จึงไม่ได้แสดงอยู่ในงวดเดือนกันยายน แต่ถ้าไปอ่านในหมายเหตุงบการเงินก็จะเห็นว่าได้เขียนไว้แล้วว่าในหนี้ 2,000 ล้านที่จะครบกำหนดในปีหน้าได้ Refinance ไปแล้ว 1,000 ล้าน การ Refinance ไม่ใช่เพียงแค่เป็นการลดในเรื่องของความเสี่ยงเรื่องของ Refinancing แต่เป็นการขยายระยะเวลา ซึ่งทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่นในเรื่องของ Cash Flow มากขึ้น ดอกเบี้ยที่ได้รับจากสถาบันการเงินก็เป็นดอกเบี้ยที่ดีกว่าดอกเบี้ยเดิม ซึ่งอันนี้ก็ยิ่งทำให้บริษัทผลักดันในเรื่องของความสามารถในการทำกำไรได้เพิ่มยิ่งขึ้น Current Portion อื่นๆ นี่ก็จะเป็น Current Portion ปกติ เราก็จะมีหนี้ระยะยาวที่ครบกำหนดชำระใน 1 ปี จากสิ้นงวดเดือนกันยายนไปจนถึงกันยายนปีหน้าอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท อีกส่วนหนึ่งเป็น Debenture ที่ยังมีอยู่อีก 1 Series คือ 400 ล้านบาท จะครบกำหนดในเดือนพฤษภาคม ซึ่งอันนี้เราก็มีแผนที่จะชำระคืนตามกำหนดอยู่แล้ว ในส่วนที่ 3 ก็จะเป็นในเรื่องของค่ามัดจำของลูกค้า ซึ่งลูกค้าโรงแรมเวลาที่จะมีการจองในเรื่องโดยเฉพาะเรื่องการจัดงานเนี่ย ก็จะมีการจ่ายมัดจำล่วงหน้า บางครั้งก็จะมีการจ่ายมัดจำล่วงหน้าเป็น 6 เดือน 8 เดือน 1 ปี ซึ่งตัวนี้ก็ถือว่าไม่ได้เป็นหนี้ แต่เป็นภาระที่เดี๋ยวพอลูกค้ามาจัดงานแล้วชำระเงิน ส่วนนี้ก็จะกลายไปเป็นรายได้ต่อไป การบริหารจัดการในเรื่องของ Capital Structure และในเรื่องของโครงสร้างเงินทุน ในเรื่องของต้นทุนของทางการเงิน อย่างที่เรียนไปตอนต้นว่าด้วยการที่บริษัทได้มีผลประกอบการที่แข็งแกร่งมาโดยตลอด ตั้งแต่ที่ซื้อกิจการโรงแรมมา ก็จะเห็นในเรื่องของผลประกอบการ ในเรื่องของ Cash Flow ที่สินทรัพย์ที่มีเนี่ยสามารถที่จะ Generate ทั้ง Cash Flow แล้ว ก็ Free Cash Flow ได้เนี่ย ก็ทำให้มุมมองความเสี่ยงของสถาบันการเงินต่อกลุ่มธุรกิจของบริษัทลดลง ในขณะเดียวกันเนี่ยก็ทำให้มีความน่าเชื่อถือ ได้สร้างความน่าเชื่อถือต่อสถาบันการเงินที่สูงขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นเนี่ยตั้งแต่ปีที่แล้วที่มีการเจรจากับสถาบันการเงินแล้วก็มีการที่จะคุยเพื่อที่จะหา Terms และ Condition ที่เหมาะสมกับสถานะของบริษัท แล้วก็ในที่สุดเราก็มีการเซ็นสัญญานะคะ แล้วก็เปลี่ยนแปลง Terms ต่างๆ ทั้งในส่วนของยอดหนี้ 3,000 ล้าน แล้วก็มาทำ Refinancing ของยอดหนี้ 2,000 ล้าน รวมไปถึงการได้วงเงินเพิ่มเติมจากธนาคารเพื่อที่จะให้บริษัท ใช้ในการสนับสนุนโอกาสทางธุรกิจต่อไป ดังนั้นเป็นส่วนหนึ่ง จึงทำให้บริษัทสามารถปลด ล็อก ในส่วนของ Cash Flow กลับมาให้มันมีความยืดหยุ่น ได้ดีขึ้น ส่วนที่ 2 ก็คือในเรื่องของการปรับ สูตรของดอกเบี้ย เพื่อเป็นการได้รับประโยชน์จากการที่ดอกเบี้ยอยู่ในขาลง บริษัทมีการปรับสูตรดอกเบี้ยที่เป็น Fix เนี่ยกลับมาเป็น Float มากขึ้น และในขณะเดียวกันบริษัทก็ได้รับสูตรดอกเบี้ยจากธนาคารที่เป็นสูตรดอกเบี้ยที่ดีขึ้นอย่างมาก เพราะฉะนั้นตอนนี้ Average Cost of Fund ของบริษัท เนี่ยกลับมาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า MLR อย่างมีนัยยะสำคัญ ก็สิ้นงวด ไตรมาส 3 ที่ผ่านมาเนี่ย Cost of Fund เราก็อยู่ที่ประมาณสัก 5.7% นะคะ แล้วก็เมื่อเราจ่าย Debenture ในปีหน้าเนี่ย ก็คาดว่า Cost of Fund ตัวนี้ก็จะลดลงไปอีก ในขณะที่แนวโน้มดอกเบี้ยเองก็ยังมีแนวโน้มที่จะลดลง นะคะ ในส่วนนี้เรามองว่าก็จะเป็นประโยชน์นะคะ แล้วก็จะช่วยสร้าง รากฐานที่ดี จะช่วยปลด ล็อก ศักยภาพของการสร้างผลตอบแทนที่ดีของสินทรัพย์ของบริษัทไปในระยะยาวด้วย Debenture ที่บริษัทออกมาชำระคืนตามกำหนดในทุกซีรีส์ ในส่วนของ 400 ล้านที่จะครบกำหนดในเดือนพฤษภาคม มีแผนและ Cash Flow ที่จะรองรับ ที่จะชำระคืนตามกำหนดแล้ว และก็ในส่วนของปีหน้าเนี่ยเราก็ไม่ได้มีแผนว่า จะไปออกหุ้นกู้อีกนะคะ เพราะว่าตอนนี้เนี่ยเรามีฐานของ เงินกู้ Project Financing แล้วก็เป็น Corporate Finance จากสถาบันการเงิน ซึ่งมีเงื่อนไขที่ทั้งต้นทุนทางการเงินแล้วก็เงื่อนไขที่ดีกว่า 2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities): เห็นการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวอย่างชัดเจนในไตรมาส 4 คาดว่าจะปิดทั้งปีอยู่ที่ 33 ล้านคน ปีหน้าทางท่องเที่ยวก็วางเป้าอยู่ที่ใกล้ๆ กับปี 2567 นะคะ อยู่ที่ 36 ล้านคน ซึ่งอันนี้ก็เป็นการ Take Factor ทุกๆ Factor นะคะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการชะลอตัวของ กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนนะคะ ในเรื่องของ ภาวะเศรษฐกิจโลก แล้วก็ในเรื่องอาจจะมีความไม่แน่นอนในเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ต่างๆ นะคะ แต่เราก็มองว่าตัวเลข 36 ล้านคนเนี่ยก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีมาก นะ คะสำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการ Target กลุ่มที่มีคุณภาพ เพราะว่าตอนนี้เนี่ย แคมเปญต่างๆ ของการท่องเที่ยวเนี่ยจะเน้นในเรื่องของการ spending นะ คะ ไม่ว่าจะเป็น เป็น การ spending ต่อ ร night ที่สูงขึ้น กับ 2 เป็น การ extend room night stay นะ คะ อันนี้ก็เป็น Target ที่ เรา มองว่าเป็น Target ที่ดีมาก เพราะมันจะเน้นในเรื่องของคุณภาพของ อ่า ผู้ ผู้ เดิน ทาง นะ คะ ซึ่งโรงแรมของเราทั้ง 2 โรงแรมนี้จริง ๆ เป็นโรงแรมที่สอดคล้องกับทิศทางนะคะ ทิศทางของการท่องเที่ยว แล้วก็สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ บริโภคที่เรามองเห็นอย่างชัดเจนนะคะ ว่า อ่า ทิศทางของพฤติกรรมของผู้บริโภคเนี่ยจะ ค่อนข้าง Selective นะ คะ แล้วก็จะค่อนข้าง ให้ความสำคัญกับเรื่องของประสบการณ์ ในขณะที่ ใน เรื่อง ของการจับจ่ายใช้สอยเนี่ย ถ้าประสบการณ์เป็นประสบการณ์ที่ เป็น สิ่งที่เขาชอบ เป็นสิ่งที่เขาโดนใจเนี่ย จริงๆ เรื่องราคาเนี่ยไม่ค่อย ไม่ค่อยเป็นประเด็นนะคะ ก็คือเป็นเรื่องของความรู้สึกทางจิตใจมากกว่านะคะ ก็เป็น เป็น เรื่อง ของ emotional attach เพราะฉะนั้นเนี่ย ใน ส่วนของ ราคาเนี่ย มันก็จะสามารถปรับขึ้นได้ ถ้าเราสามารถส่งต่อประสบการณ์ที่ประทับใจให้กับลูกค้าได้นะคะ ระยะสั้น ผลประกอบการ ไตรมาส 4 โดยปกติไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของบริษัทอยู่แล้ว ด้วย รูปแบบของ โรงแรมของบริษัท ที่รองรับนักท่องเที่ยวในกลุ่ม Reacher นะ คะ แล้วก็ อ่า Location ของเราที่อยู่ริมแม่น้ำก็เป็น Location ที่รองรับกลุ่ม Reacher แล้วก็ในเรื่องของเทศกาลเฉลิมฉลองต่างๆ ที่เข้ามาสนับสนุน อ่า ราย ได้ FN ต่าง ๆ นะ คะ ก็ไตรมาส 4 ก็จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดแล้วก็สูงที่สุด ของเรามาโดยตลอด นะคะ ก็ Forecast ของเราของไตรมาส 4 เนี่ยค่ะ จาก อ่า เดือน ตุลาคมนะคะ ที่ปิดไป เดือน พฤศจิกายนที่กำลังจะปิดลง แล้วก็ Forward อ่า อ่า Booking ที่เรามี ออนแฮนด์สำหรับเดือนธันวาคมนะคะ เราก็มีความมั่นใจนะคะที่ รายได้ของไตรมาส 4 เนี่ยค่ะ จะ กลับมาเทิร์นอราว แล้วก็จะเป็นรายได้ที่สูงที่สุดนะคะ อ่า ของทั้งปีแน่นอนอยู่แล้วนะคะ แต่จะเป็นรายได้ที่สูงที่สุด ที่ อ่า เราจะเคยทำมาด้วยนะคะ แล้วเราก็คาดการณ์ตั้งเป้าไว้แล้วว่าจะเป็นรายได้ที่สูงกว่าไตรมาส 4 ของปีที่แล้วนะคะ อันนั้นก็จะเป็น อ่า Outlook ของไตรมาส 4 นะคะ ถ้ามาดูเปรียบเทียบของ ช่วงปีหลังนะคะ ของปี 2025 กับปี 2024 เนี่ยเราก็มองว่า Gap ที่เกิดขึ้นในไตรมาส 3 เนี่ยค่ะ ก็น่าจะมา Blidge Gap ใน ไตรมาส 4 นะคะ แล้วก็ อ่า รายได้ของช่วงครึ่งปีหลังเนี่ยก็น่าจะ อ่า ไม่ได้ลดลงจากอ่าปีที่แล้วนะคะ แล้วก็แต่โดยภาพรวมเนี่ยค่ะ เนื่องจากอ่าช่วงเอิ่ม ครึ่งปีแรกนะคะ ที่รายได้เนี่ยลดลงจากปีที่แล้วนั้นในภาพรวมของทั้งปีเนี่ยก็คาดว่า ตัวรายได้เองน่าจะยังอ่าต่ำกว่าปีที่แล้วเล็กน้อยนะคะ สำหรับปี 2569 นะคะ สำหรับปี 2569 อ่า โฟกัสเนี่ยก็จะ เป็น ตั้งแต่ท็อปไลน์ไปจนถึง Bottom Line นะคะ เพราะว่า อ่า เนื่องจากว่าตอนปี 2568 เนี่ยอ่า ราย ได้อ่ามีการสะดุดนะคะ จากสถานการณ์ต่างๆ เพราะฉะนั้นตอนนี้เราก็ ต้องใส่ อ่า เอนจี้ไปหรือทั้งหมดเลยนะคะ ทั้งในเรื่องของรายได้ที่จะต้องผลักดันให้เกิดการเติบโตนะคะ ในเรื่องของอัตราการทำกำไรซึ่งเราก็มองว่า อ่า หลายๆ มาตรการที่เราทำมาในการทำ คอร์ส คอนโทรล นะคะ ในการลดต้นทุนทางการเงินต่างๆ เนี่ยก็จะช่วยยิ่งส่งผลให้เห็นชัดเจน ในปีหน้า 2569 นะ คะ ซึ่งปีหน้าเราก็ Target ที่จะ อ่ามี Growth อ่า ในเรื่องของยอดขายเติบโตจากปีนี้นะคะ อยู่ที่ 10% นะคะ ก็ถือว่าจะได้กลับไปสู่ อ่า Double Digit Growth กันอีกครั้งหนึ่งในปีหน้านะคะ ก็ถามว่าจะต้องทำอย่างไรนะคะ กลยุทธ์หลักๆ ก็คือ 1 ต้องคงความเป็นผู้นำนะคะ ของ 2 โรงแรมนะคะ ที่เราได้ทำมาตลอด เพราะฉะนั้นตรงนี้เราต้องยังต้องรักษาความเป็นผู้นำแม้ว่าจะมีโรงแรมที่เปิดใหม่ ที่อาจจะอยู่ในกลุ่ม Ultra Luxury ไม่ว่าจะในซิตี้ นะ คะ หรือในริมแม่น้ำ อ่า ที่อาจจะเกิดขึ้น ใน อนาคตก็ตามอันเนี้ยเป็นสิ่ง ที่ สำคัญที่เราจะต้องคงความเป็นผู้นำนะคะ อันที่ 2 ก็คือการที่จะต้อง อ่า Always Over delivery นะคะ ให้เราอ่ะอยู่ในใจของลูกค้าเสมอนะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามเนี่ย ลูกค้าก็จะเลือกโรงแรมของเรานะคะ เป็น Top Of Mind อยู่เสมอ งั้นพอส่วน Top Line มาแล้วเนี่ย อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญของเราก็คือในเรื่องของ Efficiency นะ คะ นั้นการผลักดันในเรื่องของ Margin เนื่องจากว่า อ่า ที่เคยแชร์กับท่านนักลงทุนเนี่ย จริงๆ โรงแรมเราต้องถือว่าเป็นโรงแรมใหม่ นะคะ เราก็เพิ่งเปิดมาได้ไม่กี่ปีนะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ยมันยังไปไม่ถึง Fullless อ่า potential นะคะ ในเรื่องของ Efficiency ยังมีรูมให้เราสามารถที่จะปรับปรุงมีรูมให้เราสามารถที่จะ อ่า ผลักดัน อ่า ไปได้อีกในเรื่องของ Margin ต่างๆ นะคะ ซึ่งอันนี้เราก็จะให้ความสำคัญอย่างมากนะคะ ในส่วนอื่นๆ เนี่ยก็จะต้อง อ่า ensure ว่าทรัพย์สินของบริษัท นะคะ อยู่ในสภาพที่ดี แล้วก็นอกจากนั้นเนี่ยก็อาจจะมีการต้องลงทุนบ้างเล็กน้อยใ…