Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa PTG บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

PTG: โอกาสเติบโตจากธุรกิจ Non-Oil ชดเชยแรงกดดันระยะสั้น

ไฮไลท์สำคัญ GLOBLEX ยังคงแนะนำ " ซื้อ " หุ้น PTG โดยให้ราคาเป้าหมาย 9.80 บาท แม้จะมีแรงกดดันระยะสั้นจากการขยายธุรกิจ Non-Oil และการปรับปรุง Max Card คาดการณ์กำไรใน 4Q25 จะฟื้นตัวตามปัจจัยฤดูกาลและอัตรากำไรที่ทรงตัว การวิเคราะห์เชิงลึก ราคาหุ้น PTG อ่อนตัวลงหลังจากการประกาศโปรโมชั่น Max Card Red ที่ปรับปรุงใหม่ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าที่ลูกค้ารับรู้ที่ลดลงและการเข้าใช้บริการที่น้อยลง รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับอัตรากำไรทางการตลาด (MM) ที่อ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม คาดว่า 4Q25 จะยังคงแข็งแกร่ง โดยได้รับการสนับสนุนจาก 1) ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการตามฤดูกาล 2) MM ที่มีเสถียรภาพ q-q ในช่วง 1.6–1.7 บาท/ลิตร และ 3) SG&A ที่ลดลง q-q หลังจากการเปิดตัวสาขา Punthai 243 แห่งใน 3Q25 ในส่วนของน้ำมัน คาดว่าปริมาณการขาย q-q จะฟื้นตัวตามฤดูกาล แม้ว่าการบริโภค y-y จะยังคงซบเซา MM มีแนวโน้มที่จะอยู่ในช่วง 1.6–1.7 บาท/ลิตร โดยถูกจำกัดจากการปรับลดราคาขายปลีกดีเซลล่าสุด การขยายสาขา Punthai อย่างรวดเร็วใน 3Q25 ส่งผลให้ค่าใช้จ่าย SG&A ของ PTG สูงขึ้น (+4% q-q, +23% y-y) ในขณะเดียวกัน อัตรากำไรขั้นต้นของ Punthai ลดลงเหลือ 52% จาก 55% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากจำนวนสาขาแฟรนไชส์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปจะมีอัตรากำไรที่ต่ำกว่า การเปลี่ยนแปลง Max Card Red เป็นรูปแบบที่เน้นทางเลือกมากขึ้น อาจลดมูลค่าที่ลูกค้ารับรู้ในระยะสั้น แต่จะช่วยให้ PTG สามารถควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ดีขึ้นในระยะยาว ข้อสังเกต การเติบโตของธุรกิจ Non-Oil ส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะสั้น แต่คาดว่าจะสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว การปรับปรุง Max Card มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความภักดีของลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน การควบคุมราคาดีเซลของรัฐบาลและการขาดดุลกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง คาดว่าจะช่วยให้อัตรากำไรทางการตลาด (MM) ค่อนข้างคงที่ สรุป GLOBLEX ยังคงแนะนำ " ซื้อ " หุ้น PTG โดยให้ราคาเป้าหมาย 9.80 บาท แม้จะมีแรงกดดันระยะสั้น แต่เชื่อมั่นว่าการเติบโตของธุรกิจที่หลากหลายและการฟื้นตัวของกำไรใน 4Q25 จะสนับสนุนการปรับขึ้นราคา นักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2568 ที่ 1,253 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.7% จากปีก่อนหน้า และคาดการณ์ EPS ที่ 0.75 บาท