Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa THRE บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน)

THRE กำไร Q3/68 โตแรง! INVX ชี้ปี 69 กำไรโตต่อ Valuation น่าสนใจ

INVX ยังคงแนะนำ "Outperform" สำหรับ THRE ด้วยราคาเป้าหมาย 0.5 บาท มอง valuation น่าสนใจ และคาดการณ์กำไรจะกลับมาเติบโตแข็งแกร่งในปี 2569 ไฮไลท์สำคัญ กำไรสุทธิ 3Q68 ของ THRE เพิ่มขึ้น 140% YoY แต่ลดลง 39% QoQ INVX คงคำแนะนำ "Outperform" และราคาเป้าหมาย 0.5 บาท คาดการณ์กำไรจะ กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 68% ในปี 2569 ผลการดำเนินงาน 3Q68 กำไรสุทธิ 3Q68 ของ THRE เพิ่มขึ้น 140% YoY มาอยู่ที่ 47 ล้านบาท หลักๆ เป็นผลมาจาก ขาดทุนจากการลงทุนที่ลดลง แต่ ลดลง 39% QoQ หลักๆ เป็นผลมาจาก รายได้เงินปันผลที่ลดลงตามฤดูกาล ผลการดำเนินงานการบริการประกันภัยลดลง 24% YoY และ 9% QoQ ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้จากการประกันภัยที่ลดลง (-4% YoY, -5% QoQ) และค่าใช้จ่ายสุทธิจากสัญญาประกันภัยต่อที่ถือไว้ที่เพิ่มขึ้น (+1,205% YoY, +820% QoQ) ผลการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 161% YoY หลักๆ เป็นผลมาจากขาดทุนจากการลงทุนที่ลดลง แต่ ลดลง 30% QoQ จากรายได้เงินปันผลที่ลดลงตามฤดูกาล ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ลดลง 6% YoY จากนโยบายควบคุมต้นทุน แต่ เพิ่มขึ้น 62% QoQ เนื่องจากบริษัทกลับมาตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานหลังจากผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น ข้อสังเกตและแนวโน้ม INVX คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q68 จะ เพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากคาดว่าค่าใช้จ่ายสุทธิจากสัญญาประกันภัยต่อที่ถือไว้จะลดลง และคาดว่ากำไรสุทธิจะ กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 68% ในปี 2569 ปัจจัยหนุนหลักมาจาก combined ratio ที่ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากไม่มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเหตุแผ่นดินไหวเกิดขึ้นอีก และมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนค่ารักษาพยาบาลจากประกันสุขภาพและ co-payment ลดลง ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่: 1) การเรียกร้องสินไหมทดแทนสูงกว่าคาด 2) เบี้ยประกันภัยต่อรับเติบโตช้ากว่าคาด 3) ความเสี่ยง ESG จากการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (market conduct) สรุป INVX ยังคงคำแนะนำ "Outperform" สำหรับ THRE และคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 0.5 บาท (อ้างอิง PBV 0.5 เท่า สำหรับปี 2569) เนื่องจากคาดว่ากำไรจะกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2569 และ valuation น่าสนใจที่ PE 6.9 เท่า และ PBV 0.42 เท่า (เทียบกับ ROE ที่ 6%) สำหรับปี 2569