Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SSP บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

SSP กำไรปกติ Q3/68 ฟื้นตัวแรง เอเซียพลัสคาด Q4 พีคสุดของปี!

ไฮไลท์สำคัญ SSP รายงานผลประกอบการ Q3/68 พลิกฟื้นเป็นกำไรสุทธิ 111.7 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนสุทธิ 13.7 ล้านบาท ใน Q2/68 หนุนหลักจากกำไรปกติที่ฟื้นตัว QoQ ผลการดำเนินงาน บล.เอเซียพลัส ระบุว่า กำไรปกติงวดนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 119.2 ล้านบาท จากเพียง 36 ล้านบาทในงวดก่อนหน้า หนุนจากผลประกอบการที่ดีขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม solar ที่ค่าแสงในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล รวมถึงโครงการ SPN ในไทยเสร็จการเปลี่ยนแผงบางส่วน ประกอบกับโรงไฟฟ้าพลังงานลมทั้งในไทยและเวียดนามมีกระแสลมที่ฟื้นตัว QoQ และโรงไฟฟ้าชีวมวลไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน ขณะที่รายการพิเศษมีการบันทึกขาดทุน Fx 7.5 ล้านบาท เทียบกับ Q2/68 ที่เป็นค่าใช้จ่ายพิเศษ 50 ล้านบาทจากค่าใช้จ่าย refinance 38 ล้านบาท และขาดทุน Fx 12 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมกำไรปกติ 9M68 อยู่ที่ 382 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 27% YoY และคิดเป็น 72.2% ของกำไรปกติทั้งปี 2568 ที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้ บล.เอเซียพลัส คงประมาณการกำไรปกติปี 2568 ไว้ที่ 529.3 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 35.8% YoY กดดันจาก Adder โครงการ SPN 40 MW ที่หมด ก.พ. 68 รวมถึงปริมาณผลิตไฟฟ้าในโครงการ SPN ยังอยู่ในระดับต่ำ จากการทยอยเปลี่ยนแผง solar ไปจนถึง Q3/68 อีกทั้งมีการซ่อมบำรุงสายส่งไฟฟ้าใต้ทะเลกระทบการดำเนินงาน TTTV บางส่วนใน Q1/68 ข้อสังเกต บล.เอเซียพลัส คาดการณ์ว่าในงวด Q4/68 กำไรปกติจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง QoQ และคาดทำระดับสูงสุดรายไตรมาสของปี หนุนจากการเข้าสู่ช่วง High season ของกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานลมทั้งในประเทศไทย และเวียดนาม และคาดโครงการ solar SPN จะมีผลประกอบการดีขึ้นหลังเสร็จสิ้นการเปลี่ยนแผง solar พร้อมคาดรับรู้โครงการ LEO2 22 MW ที่ COD ในไตรมาสแรก สรุป บล.เอเซียพลัส ประเมิน มูลค่าพื้นฐานปี 2569 ของ SSP อยู่ที่ 5.0 บาท/หุ้น โดยให้เหตุผลว่าในเชิงปัจจัยพื้นฐานคาดผลประกอบการได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดของปี 2568 มาแล้ว อีกทั้งงวด Q4/68 คาดกำไรจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องทำระดับสูงสุดรายไตรมาสของปี 2568 อย่างไรก็ตามระยะสั้นยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ ที่โดดเด่นเข้าขับเคลื่อนจึงให้น้ำหนักการลงทุน Neutral (จากเดิม Underperform)