Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin PLE บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)

PLE พลิกกำไร! ไตรมาส 3/68 โกย 11.1 ล้านบาท แม้รายได้หด

บมจ. เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง (PLE) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2568 พลิกกลับมามี กำไรสุทธิ 11.1 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 45.5% จากปีก่อนหน้า ไฮไลท์สำคัญ: พลิกฟื้นท่ามกลางความท้าทาย กำไรสุทธิ 11.1 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 707 ล้านบาทในปีก่อนหน้า รายได้รวม 4.2 พันล้านบาท ลดลง 45.5% จากปีก่อนหน้า กำไรขั้นต้นพุ่ง 14.4% จากปีก่อนหน้าที่ขาดทุนขั้นต้น 4.2% งานในมือ (Backlog) รวม 10.6 พันล้านบาท ผลประกอบการ: รายได้หด แต่กำไรมา ในไตรมาส 3/2568 PLE มีรายได้รวม 4.2 พันล้านบาท ลดลง 45.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (7.7 พันล้านบาท) โดยรายได้หลักมาจากสัญญาการก่อสร้าง ซึ่งอยู่ที่ 4.02 พันล้านบาท ลดลง 45.7% จาก 7.4 พันล้านบาทในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถทำ กำไรขั้นต้นได้ที่ 14.4% ในขณะที่ปีก่อนขาดทุนขั้นต้น 4.2% เนื่องจากควบคุมต้นทุนวัสดุหลักและแรงงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้บริษัทมี กำไรสุทธิ 11.1 ล้านบาท หรือกำไรต่อหุ้น 0.007 บาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ ขาดทุน 707 ล้านบาท หรือขาดทุนต่อหุ้น 0.519 บาท วิเคราะห์สถานการณ์: ความท้าทายในอุตสาหกรรม เศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่ำ และการแข่งขันที่สูงในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของ PLE โครงการขนาดใหญ่หลายโครงการเลื่อนการเปิดประมูลออกไป ทำให้ผู้รับเหมาต้องแข่งขันกันอย่างมากเพื่อให้ได้งาน ต้นทุนงานก่อสร้างลดลงเมื่อเทียบกับรายได้จากงานก่อสร้าง โดยในปี 2568 มีต้นทุนงานก่อสร้าง 3.44 พันล้านบาท คิดเป็น 85.6% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีต้นทุน 7.72 พันล้านบาท คิดเป็น 104.2% ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นจาก 329 ล้านบาทในปี 2567 เป็น 458.7 ล้านบาทในปี 2568 (เพิ่มขึ้น 39.4%) ในขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงจาก 328.5 ล้านบาท (4.3% ของรายได้) ในปี 2567 เป็น 284 ล้านบาท (6.7% ของรายได้) ในปี 2568 เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ภาพรวมบริษัท: สินทรัพย์ลด หนี้สินลด แต่ D/E Ratio ทรงตัว ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 14.01 พันล้านบาท ลดลง 6% จาก 14.85 พันล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยเป็นการลดลงของสินทรัพย์หมุนเวียน หนี้สินรวมลดลงจาก 13.39 พันล้านบาทในปี 2567 เป็น 12.43 พันล้านบาทในปี 2568 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ในระดับเดียวกับปี 2567 ที่ 7.85 เท่า (ปี 2568 อยู่ที่ 7.87 เท่า) บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนในเดือนมิถุนายน 2568 และลดทุนจดทะเบียนชำระแล้วในเดือนตุลาคม 2568 เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสม ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 บริษัทมี งานในมือรวม 10.6 พันล้านบาท ที่จะรับรู้รายได้ในปี 2568 และปีต่อ ๆ ไป บริษัทยังคงมุ่งดำเนินธุรกิจแบบเติบโตอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม