2025-11-12T06:43:59+00:00 iaa STANLY บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) STANLY กำไร Q2/69 โตแรง! หยวนต้าชี้คุมต้นทุนอยู่หมัด ปันผลเด่น หยวนต้าปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย STANLY เป็น 221.40 บาท มองครึ่งปีหลังฟื้นตัวเด่นจากฐานต่ำและนโยบายคุมต้นทุน ไฮไลท์สำคัญ กำไรปกติ Q2/2569 (สิ้นสุด ก.ย. 2568) ที่ 617 ล้านบาท โต 67% QoQ, 17% YoY ดีกว่าที่หยวนต้าคาดการณ์ไว้ 19% จากเงินปันผลรับจากบริษัทร่วมที่ดีกว่าคาด และภาษีจ่ายที่ต่ำกว่าคาด แนวโน้ม 2H2569 คาดผลประกอบการดีกว่าครึ่งปีแรก และพลิกกลับมา เติบโต YoY จากนโยบายการควบคุมต้นทุน ปรับประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 7% เป็น 1,615 ล้านบาท (+2%YoY) สะท้อนอัตรากำไรที่ดีกว่าคาด คาดปี 2570 กำไรฟื้นตัว 11%YoY เป็น 1,786 ล้านบาท จากฐานต่ำและการออกโมเดลใหม่ของลูกค้าหลัก ผลประกอบการที่เติบโตเกินคาด บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY รายงานกำไรปกติ 2Q25/26 ที่ 617 ล้านบาท (+67%QoQ, +17%YoY) ดีกว่าที่หยวนต้าคาดการณ์ไว้ 19% ปัจจัยหลักมาจากเงินปันผลรับจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น และภาษีจ่ายที่ต่ำกว่าคาด แม้รายได้จะชะลอตัว 5%YoY เป็น 3,074 ล้านบาท ตามอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ในประเทศที่ลดลง 4%YoY อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพในการทำกำไรดีขึ้น โดยอัตรากำไรสุทธิเพิ่มจาก 16.3% เป็น 20.1% จากนโยบายควบคุมต้นทุน แนวโน้มในครึ่งปีหลังของปี 2569 คาดว่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก และพลิกกลับมา เติบโต YoY จากนโยบายการควบคุมต้นทุน ทั้งการควบรวมโรงงาน การปรับลดพนักงาน การปรับลดสายการผลิต และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต หยวนต้าได้ปรับประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 7% เป็น 1,615 ล้านบาท (+2%YoY) สะท้อนอัตรากำไรที่ดีกว่าคาด และคาดว่าในปี 2570 กำไรจะฟื้นตัว 11%YoY เป็น 1,786 ล้านบาท จากฐานที่ต่ำ และการออกโมเดลใหม่ของลูกค้าหลัก ข้อสังเกตและปัจจัยสนับสนุน การควบคุมต้นทุน: นโยบายควบคุมต้นทุนจากการควบรวมโรงงานผลิตโคมไฟเริ่มเห็นผลบวกจากค่าใช้จ่ายที่ลดลง ทั้งต้นทุนพนักงานและต้นทุนผลิต รายได้จากบริษัทร่วม: เงินปันผลจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น ช่วยหนุนผลประกอบการ อุตสาหกรรมรถยนต์: คาดการณ์ยอดผลิตรถยนต์ในประเทศปี 2570 อยู่ที่ 1.45 ล้านคัน เติบโต 4%YoY ESG: STANLY ได้รับการจัดอันดับ Yuanta ESG Rating ที่ AA ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจในระยะยาว คำแนะนำและราคาเป้าหมาย หยวนต้าคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมองว่าราคาหุ้นที่ปรับลดลงได้สะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว และคาดว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลังจากฐานต่ำและนโยบายในการควบคุมต้นทุน โดยได้ปรับมูลค่าพื้นฐานจากเดิม 207.70 บาท เป็น 221.40 บาท อิง PER เฉลี่ย 5 ปีที่ 9.5 เท่า นอกจากนี้ บริษัทได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 8 บาทต่อหุ้น คิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผล 4.4% จากราคาปัจจุบัน โดยมีวัน XD วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568