Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin SCAP บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน)

SCAP กำไรพุ่ง 31% ในไตรมาส 3/68! NPL เพิ่ม แต่ยังคุมอยู่

ไฮไลท์สำคัญ SCAP โชว์ผลงานไตรมาส 3/68 กำไรสุทธิ 303.73 ล้านบาท โต 31.08% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 62.28% จากไตรมาสก่อนหน้า! แม้ NPL จะเพิ่มขึ้น แต่ยังบริหารจัดการได้ดี ผลประกอบการ SCAP ไตรมาส 3/68 SCAP ทำกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2568 ได้ถึง 303.73 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 31.08% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นถึง 62.28% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ความสำเร็จนี้มาจากการปรับปรุงคุณภาพพอร์ตสินเชื่อและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพิ่มขึ้นเป็น 1,346.18 ล้านบาท แต่บริษัทยังคงรักษาระดับ NPL Coverage Ratio ไว้ที่ร้อยละ 64.47 ได้ ถึงแม้รายได้ดอกเบี้ยจะลดลงเนื่องจากพอร์ตสินเชื่อที่เล็กลง แต่รายได้อื่น ๆ กลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของตราสารทุนจดทะเบียน ในส่วนของสินเชื่อรวม เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับลดลง 19.68% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลืออยู่ที่ 26,516.63 ล้านบาท ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง SCAP ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงมีความผันผวน อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทปรับปรุงกระบวนการทำงานและเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ จะช่วยลดความเสี่ยงด้านเครดิตในอนาคตได้ นอกจากนี้ การที่ Fitch Rating (Thailand) จัดอันดับ Credit Rating ของ SCAP ที่ A- “Stable” ยังเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถเพิ่มวงเงินสินเชื่อใหม่ ๆ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตได้อีกด้วย สรุปและแนวโน้ม โดยสรุปแล้ว ผลการดำเนินงานของ SCAP ในไตรมาส 3 ปี 2568 แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวและความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของ NPL แต่การบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและการได้รับการจัดอันดับ Credit Rating ที่ดีขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของ SCAP ในอนาคต