Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin S บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)

Sิงห์ เอสเตท กำไรสุทธิพุ่ง 5 เท่า! รายได้รวมทรงตัว Q3/68

ไฮไลท์สำคัญ: สิงห์ เอสเตท (S) โชว์ผลงานไตรมาส 3 ปี 2568 กำไรสุทธิโตกระโดด 5 เท่า แม้รายได้รวมทรงตัว แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนช่วยหนุน ธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าหนุนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ภาพรวมผลการดำเนินงาน: บริษัทฯ รายงาน รายได้รวม 3,615 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2568 ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า แต่ กำไรสุทธิพุ่งขึ้นเป็น 105 ล้านบาท จาก 3 ล้านบาทในปีก่อนหน้า สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 มีรายได้รวม 10,480 ล้านบาท ลดลง 8% แต่ กำไรสุทธิเติบโตถึง 5 เท่า คิดเป็น 135 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ, ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น, และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง วิเคราะห์รายได้และกำไร: รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 47% ในไตรมาส 3 และ 31% ในช่วง 9 เดือนแรก สาเหตุหลักมาจากการลดลงของการโอนโครงการ ดิ เอ็กซ์โทร พญาไท-รางน้า ในขณะที่ รายได้จากการให้เช่าและการให้บริการเพิ่มขึ้น 2% ในไตรมาส 3 แต่ลดลง 1% ในช่วง 9 เดือนแรก ธุรกิจโรงแรมมีรายได้ลดลงเล็กน้อย 2% จากผลกระทบในสหราชอาณาจักรและอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น 5% จากการทยอยส่งมอบพื้นที่เช่าของอาคาร เอส โอเอซิส อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น จาก 37% เป็น 40% ในไตรมาส 3 และจาก 37% เป็น 39% ในช่วง 9 เดือนแรก สินทรัพย์และหนี้สิน: ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2568 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 71,107 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2567 หนี้สินรวมอยู่ที่ 49,237 ล้านบาท ใกล้เคียงกับสิ้นปี 2567 ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 21,870 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2567 สัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.39 เท่า ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย สรุปและแนวโน้ม: สิงห์ เอสเตท ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย โดยมีการเปิดตัวโครงการใหม่ 4 โครงการ และมียอดขายรอรับรู้รายได้ 902 ล้านบาท ธุรกิจโรงแรมภายใต้ SHR มีโรงแรมทั้งหมด 33 แห่ง 4,033 ห้อง และมี RevPAR ที่เติบโตขึ้นในประเทศไทย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยอาคาร S-OASIS คาดว่าจะสามารถปิดอัตราการเช่าสำหรับปี 2568 ได้ตามเป้าที่ 50% บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง