Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin TNP บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน)

TNP กำไร Q3 โตเล็กน้อย! ขยายสาขาเพิ่ม ต้นทุนพุ่ง

ไฮไลท์สำคัญ บมจ. ธนพิริยะ (TNP) โชว์ผลงานไตรมาส 3 ปี 2568 กำไรสุทธิ 47.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.37% แม้รายได้รวมจะอยู่ที่ 731.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.22% เหตุเศรษฐกิจซบเซา ฉุดกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง รายได้และกำไร TNP เผยรายได้รวมไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 731.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 1.59% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/68 กำไรสุทธิอยู่ที่ 47.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.37% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/67 แต่ลดลง 5.42% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/68 สำหรับงวด 9 เดือน ปี 2568 มีรายได้จากการขาย 2,196.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.68% และมีกำไรสุทธิ 148.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.31% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ ได้แก่ กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจ จำนวนวันทำการที่น้อยกว่าในไตรมาส 1/68 สภาพอากาศที่หนาวเย็นยาวนานกว่าปีก่อน ทำให้ยอดขายสินค้ากลุ่มเครื่องดื่มลดลง และเหตุการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเชียงรายช่วงไตรมาส 3/67 ทำให้มีการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคสูงกว่าปกติ ต้นทุนและค่าใช้จ่าย ต้นทุนขายในไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 595.36 ล้านบาท ลดลง 1.31% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงการบริหารต้นทุนสินค้าที่ดีขึ้นและการได้รับการสนับสนุนจากผู้จำหน่ายสินค้า นอกจากนี้ บริษัทได้คัดเลือกสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้นมาจำหน่ายในร้าน เช่น ขนมและสินค้ากลุ่มของใช้เบ็ดเตล็ด ในขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพิ่มขึ้น 10.25% เนื่องจากการขยายสาขา สินทรัพย์และหนี้สิน สินทรัพย์รวม ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 มีจำนวน 1,623.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.62% จากสิ้นปี 2567 หนี้สินรวมมีจำนวน 362.68 ล้านบาท ลดลง 2.63% จากสิ้นปี 2567 ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมมีจำนวน 1,260.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.57% จากสิ้นปี 2567 สรุป TNP ยังคงเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยในงวด 9 เดือนปี 2568 ได้เปิดสาขาใหม่ 3 สาขา ทำให้ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 53 สาขา การขยายสาขาเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของรายได้ แต่ก็เพิ่มต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารด้วย บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ฐานะทางการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่งขึ้น โดยสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นและหนี้สินรวมลดลง