2025-10-27T17:30:15+00:00 fin MST บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) MST กำไรทรุด! หลักทรัพย์เมย์แบงก์ฯ ไตรมาส 3 กำไรดิ่ง 56% ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 กำไรสุทธิ 64.12 ล้านบาท ลดลงถึง 56.26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมีกำไรสุทธิ 82.47 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากหลายส่วนงาน สาเหตุหลักที่ฉุดกำไร การลดลงของกำไรสุทธิในไตรมาสนี้มีปัจจัยหลักดังนี้: รายได้ค่านายหน้า: ลดลง 16.37% หรือ 49.68 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยในตลาดหลักทรัพย์ฯ และสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยที่ลดลง รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ: ลดลง 49.72% หรือ 36.76 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าธรรมเนียมจากการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ รายได้ดอกเบี้ย: ลดลง 28.40% หรือ 73.34 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ และรายได้ดอกเบี้ยจากเงินฝากและพันธบัตรรัฐบาล รายได้อื่น: ลดลง 15.42% หรือ 12.11 ล้านบาท แม้ว่าบริษัทจะสามารถลดค่าใช้จ่ายรวมลงได้ 12.95% และภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลง 56.68% แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการลดลงของรายได้ วิเคราะห์สถานการณ์และความเสี่ยง ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ MST ต้องเผชิญคือ ความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ และ การลดลงของปริมาณการซื้อขายโดยนักลงทุนรายย่อย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้หลักของบริษัท นอกจากนี้ การลดลงของอัตราดอกเบี้ยและการลดปริมาณการให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ยังเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม สรุปและแนวโน้ม ผลประกอบการที่ลดลงของ MST สะท้อนถึงความท้าทายในการดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์ในสภาวะตลาดปัจจุบัน บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาส่วนแบ่งการตลาด และปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การฟื้นตัวของผลประกอบการในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับกลยุทธ์ และการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สรุปผลประกอบการงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 มีกำไรสุทธิ 198.00 ล้านบาท ลดลง 45.71% หรือคิดเป็น 166.72 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักที่ฉุดกำไร การลดลงของกำไรสุทธิในงวด 9 เดือนนี้มีปัจจัยหลักดังนี้: รายได้ค่านายหน้า: ลดลง 11.42% หรือ 90.18 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยในตลาดหลักทรัพย์ฯ และสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยที่ลดลง รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ: ลดลง 44.44% หรือ 70.09 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าธรรมเนียมจากการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และค่าที่ปรึกษาทางการเงิน รายได้ดอกเบี้ย: ลดลง 16.28% หรือ 130.88 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินฝากและพันธบัตรรัฐบาล และรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ รายได้อื่น: ลดลง 2.40% หรือ 6.38 ล้านบาท แม้ว่าบริษัทจะสามารถลดค่าใช้จ่ายรวมลงได้ 5.84% และภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลง 43.70% แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการลดลงของรายได้ วิเคราะห์สถานการณ์และความเสี่ยง ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ MST ยังคงต้องเผชิญคือ ความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ และ การลดลงของปริมาณการซื้อขายโดยนักลงทุนรายย่อย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้หลักของบริษัท สรุปและแนวโน้ม ผลประกอบการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญของ MST ในช่วง 9 เดือนแรกของปี สะท้อนถึงความท้าทายในการดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์ในสภาวะตลาดปัจจุบัน บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาส่วนแบ่งการตลาด และปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การฟื้นตัวของผลประกอบการในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับกลยุทธ์ และการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ